หน้าแรก ภูมิภาค ร้อง’ปว...

ร้อง’ปวีณา’ช่วยจี้ คดีลูกสาวเข้าไปกรีดยางหาเงินเรียน กลับถูกฆ่าข่มขืน 2 เดือนคดีไม่คืบ

5.07.17 | 16:41 น.

ร้องปวีณาช่วยจี้คดีลูกสาวถูกฆ่าข่มขืนในสวนยาง 2 เดือนคดีไม่คืบ


เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 5 กรกฎาคม ที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี คลอง 7 อ. ธัญบุรี จ.ปทุมธานี น.ส.พนิดา (ขอสงวนนามสกุล) ชาว จ.ตรัง พร้อมมารดาและหลาน 2 คน อายุ 2 ขวบ กับ 4 ขวบ เข้าร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมต่อนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณา กรณี น.ส.สุนิสา สุขแก้ว อายุ 21 ปี น้องสาว ซึ่งเป็นมารดาของเด็กทั้ง 2 คน ถูกคนร้ายฆ่าข่มขืนบริเวณหนองน้ำใกล้สวนยางพารา หมู่  1 บ้านลำช้าง ต.เขาไพร อ.รัษฎา จ.ตรัง เหตุเกิดเมื่อกลางดึกคืนวันที่ 12 พ.ค.ต่อเนื่องวันที่ 13 พฤษภาคม ที่ผ่านมา แต่คดียังไม่มีความคืบหน้า
ด้านนางลฎาภา ยอดแก้ว อายุ 45 ปี แม่นางสาวสุนิสา (ผู้ตาย) กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุลูกสาวได้ออกไปกรีดยางพาราช่วงกลางดึกเพื่อหาเงินมาเป็นค่าชุดนักเรียนให้ลูกทั้ง 2 คน เนื่องจากใกล้เปิดเทอม แต่โชคร้ายไปเจอคนร้ายที่ดักซุ่มอยู่ฆ่าอย่างทารุณ ซึ่งสภาพยกทรงถูกถลกขึ้นไปอยู่เหนือหน้าอก สวมกางเกงวอร์มสีดำพร้อมกางเกงในถูกรูดมาคาอยู่ที่ก้น ลำคอถูกบีบเขียวช้ำ และมีบาดแผลถูกตีด้วยของแข็งที่คิ้วและเบ้าตาขวาแตก ใบหูขวามีรอยถูกกัด เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 12 ชั่วโมง บริเวณที่เกิดเหตุมีร่องรอยการต่อสู้จนต้นหญ้าเอนราบเป็นบริเวณกว้าง ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจส่งศพไปชันสูตรศพที่ รพ.รัษฎา พบว่ามีร่องรอยถูกข่มขืนด้วย ส่วนสามีของ น.ส.สุนิสานั้น ตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุได้เดินทางไปทำงานที่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งกลับมาหาลูกและภรรยาเพื่อเอาเงินมาให้อาทิตย์ละครั้ง หลังน้องสาวเสียชีวิตไปตนต้องดูแลหลานทั้ง 2 คน และครอบครัวต้องอยู่กันอย่างหวาดระแวงเพราะเวลาผ่านมาร่วม 2 เดือนแล้วแต่คนร้ายยังลอยนวล ชาวบ้านในละแวกเดียวกันก็ไม่กล้าที่จะออกไปกรีดยางเพราะกลัวจะเกิดเหตุร้ายขึ้นกับตนเอง ตนได้ปรึกษากับญาติพี่น้องอยากเรียกร้องความเป็นธรรมขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งจับกุมคนร้ายจึงได้พากันเข้าร้องเรียนมูลนิธิปวีณาฯ ให้ความช่วยเหลือ

ด้านนางปวีณา หงสกุล กล่าวว่า ขณะนี้ได้ประสาน พล.ต.ต.สมพงศ์ ทองใบ ผบก.ภ.จว.ตรัง และพ.ต.อ.ชัยรัตน์ กาญจนเนตร ผกก.สภ.รัษฎา จ.ตรัง ช่วยให้ความเป็นธรรมกับญาติผู้เสียชีวิตเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็ว ซึ่งตนเองก็รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและเวลานี้ทางบ้านของผู้ที่เสียชีวิตก็ไม่กล้าออกไปทำงานและที่บ้านก็มีแต่ผู้หญิงจึงไปกล้าที่จะออกไปทำงานและคาดว่าน่าจะจับคนร้ายมาดำเนินคดีได้ในเร็วๆ นี้