ย่าพาหลานถูกลุงขับเบนซ์ตบหน้าเข้าให้ปากคำ
เมื่อเวลา 13.00 น. ของวันที่ 6 กรกฎาคม หลังจากที่นางจินดา สมพงษ์ อายุ 63 ปี ชาว ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร ซึ่งเป็นย่าของนายที (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม.3/11 ของโรงเรียนแห่งหนึ่งในใจกลางเมืองสมุทรสาคร ซึ่งเป็นนักเรียนชายในคลิปที่ถูกนายมานะ นิ่มเนียม เจ้าของรถเบนซ์ตบตามคลิปดัง ได้พาหลานชายผู้เสียหายเข้าตรวจอาการบาดเจ็บและผลการยืนยันทางการแพทย์ที่โรงพยาบาลสมุทรสาคร เสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ได้เดินทางมาที่สถานีตำรวจภูธรกระทุ่มแบน เพื่อให้ปากคำต่อ พ.ต.ท.ทวีศักดิ์ เหล็กกล้า สารวัตรสอบสวน สภ.กระทุ่มแบน โดยมีนางจินตนา จันทร์บำรุง พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดสมุทรสาคร และคณะทีมสหวิชาชีพ ร่วมรับฟังการสอบปากคำเยาวชนที่อายุยังไม่ถึง 18 ปีในครั้งนี้ด้วย
ด้านนางจินดา สมพงษ์ ย่าของนายทีนามสมมุติ เปิดใจว่า ตามที่ได้รับทราบผลการตรวจอย่างเป็นทางการจากแพทย์แล้วว่า หลานชายมีอาการแก้วหูทะลุ ซึ่งแพทย์บอกว่าไม่ได้รุนแรงอะไร โดยให้พักรักษาตัว 1 วัน และให้มาทำการตรวจซ้ำอีกครั้งในอีก 3 สัปดาห์ข้างหน้า ตนเองก็รู้สึกสบายใจมากยิ่งขึ้น โดยจะยังขอยืนยันว่าทั้งในส่วนตัวเองและหลานชาย ไม่ได้ติดใจเอาความอะไรกับลุงขับเบนซ์คู่กรณี เพราะก็ได้เข้ามาขอโทษและพร้อมที่จะรับผิดชอบค่าเสียหายและค่าทำขวัญให้กับหลานชาย แต่ในส่วนของคดีนั้น ก็ต้องว่ากันไปตามกฎหมาย
ขณะที่นางจินตนา จันทร์บำรุง พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า ทางสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ก็เป็นหนึ่งในทีมสหวิชาชีพ ซึ่งก็จะต้องมารับฟังการสอบปากคำนักเรียนที่ยังเป็นเยาวชนอยู่ด้วย ส่วนในแง่ของความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินการในกรณีที่เกิดขึ้นนี้ ก็ต้องดูตามความประสงค์ของผู้เสียหาย ว่าต้องการให้มีการช่วยเหลือในด้านการคุ้มครองผู้เสียหายหรือไม่ และต้องการให้ทางเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลืออย่างไรบ้าง ทั้งนี้ ก็ต้องรอให้การสอบปากคำเสร็จสิ้นเสียก่อน จากนั้นทางสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด จึงจะดำเนินการตามความต้องการของผู้เสียหายต่อไป แต่หากผู้เสียหายไม่ได้ติดใจเอาความอะไรกับคู่กรณีนั้น หน้าที่ของ พมจ.ก็เสร็จสิ้นที่เหลือก็เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ด้าน พ.ต.อ.วิเชียร ประทุมรัตน์ ผกก.สภ.กระทุ่มแบน เปิดเผยว่า คดีนี้นับเป็นคดีที่ไม่มีความสลับซับซ้อนอะไร เพราะทั้งผู้เสียหายและคู่กรณีนั้นทั้งสองฝ่ายยินดีเข้าให้ปากคำต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยทางนายมานะคู่กรณีก็ได้เดินทางมาให้ปากคำไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้ก็ให้ทางสารวัตรสอบสวน สอบปากคำนักเรียนผู้เสียหายต่อหน้าทีมสหวิชาชีพ ซึ่งในขณะนี้เบื้องต้นได้ตั้งข้อกล่าวหาไว้ก่อนคือ ทำร้ายร่างกายผู้อื่น ส่วนจะมีการเพิ่มเติมข้อกล่าวหาอีกหรือไม่นั้น ก็ต้องรอให้การสอบสำนวนเสร็จสิ้น และนำผลทางการแพทย์มาประกอบการพิจารณา จึงจะมีการสรุปสำนวนคดีได้ว่าจะต้องมีการตั้งข้อกล่าวหาอย่างไรบ้าง

