‘หลวงพี่น้ำฝน’หนุนเต็มที่ ทำสมาร์ทการ์ดพระสงฆ์ แต่ให้คงใบสุทธิไว้

พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หรือ หลวงพี่น้ำฝน

เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ที่วัดไผ่ล้อม ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หรือหลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม เปิดเผยถึงกรณีที่จะมีการจัดทำบัตรประจำตัวพระ หรือสมาร์ทการ์ดพระนั้น อาตมาเห็นพ้องตามที่จะให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ทำบัตรประจำตัวพระ ลักษณะเป็นบัตรสมาร์ทการ์ด ซึ่งจะสามารถบันทึกข้อมูลบุคคล แล้วยังสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น การไปติดต่อราชการ ตามสถานที่ราชการ งานเอกสาร การเดินทาง การรักษาพยาบาลจากโรงพยาบาลของรัฐ และยืนยันได้ชัดเจน ว่าเราเป็นใครมาจากไหน มีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักเช่นเดิม ชื่อเปลี่ยนจากนาย เป็นพระ หรือสมณศักดิ์ ตามด้วยชื่อ – นามสกุลจริง และในบางกรณีอย่างเช่นทำหนังสือเดินทางไปต่างประเทศ ต้องใช้บัตรสมาร์ทการ์ด ควบคู่กับใบสุทธิพระ ซึ่งทางวัดไผ่ล้อมเอง อาตมาในฐานะเจ้าอาวาสวัด ได้จัดระเบียบว่าพระสงฆ์ ทุกรูปที่มาบวชและจำวัดที่วัดไผ่ล้อม ต้องย้ายทะเบียนบ้านจากบ้านเดิม เข้ามาอยู่ทะเบียนบ้านกลาง คือทะเบียนบ้านวัดไผ่ล้อม และต้องไปแจ้งทำบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวพระทุกรูป ที่สำนักทะเบียนราษฎร เทศบาลนครนครปฐม เพราะวัดไผ่ล้อมอยู่ในเขตการปกครองเทศบาลนครนครปฐม อ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม

พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หรือ หลวงพี่น้ำฝน บอกว่า อาตมาสนับสนุนอย่างยิ่งหากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) จะออกเป็นกฎ ระเบียบที่ต้องบังคับใช้ พระสงฆ์ทุกรูปต้องมีบัตรประจำตัวพระสงฆ์ จะเป็นประโยชน์มากทั้งตัวพระสงฆ์เอง และพระผู้ปกครองที่สามารถตรวจสอบได้ และรวมถึงฝ่ายบ้านเมืองก็สามารถตรวจสอบบุคคลได้ทันที รวดเร็ว แม่นยำ และที่สำคัญ เราต้องทำให้ถูกต้อง ถูกระเบียบ และถูกกฎหมาย

“วัดไผ่ล้อม อาตมาริเริ่มทำบัตรประจำตัวประชาชน (พระสงฆ์) มา 8-9 ปีแล้ว เนื่องจากการติดต่อราชการของอาตมาเอง ยุ่งยาก ดังนั้นจึงปรึกษาฝ่ายบ้านเมือง เจ้าหน้าที่ทะเบียนราษฎรในสมัยนั้น ว่าอาตมาจะทำบัตรประจำตัวประชาชน โดยใช้ชื่อตามสมณศักดิ์ อาทิ อาตมา พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ (คมน์กฤตย์ สุนทรสุวรรณ) เมื่อตรวจสอบในฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร ก็จะพบว่าเป็นใคร มีเลือดกรุ๊ปใด กรณีบุคคลใดหนีหมายจับ ก็จะแสดงในฐานข้อมูลชัดเจน ดังนั้นพระสงฆ์วัดไผ่ล้อมทุกรูปจะต้องย้ายทะเบียนบ้านมาที่วัดไผ่ล้อมทุกรูป และไปทำบัตรประชาชน มาให้เรียบร้อย เป็นต้น”

หลวงพี่น้ำฝนกล่าวอีกว่า หากจะทำใบบัตรประจำตัวพระสงฆ์ หรือสมาร์ทการ์ด แทนใบสุทธิสงฆ์เลยนั้น ไม่เห็นด้วย สมควรคงใบสุทธิพระไว้ดังเดิม เพราะพระสงฆ์แต่ละรูปเมื่อบวชเข้ามาต้องมีอุปัชฌาย์รับร้อง และใบสุทธิพระนั้น เป็นตำนานสืบทอดมานานของพระพุทธศาสนา เพียงเพิ่มบัตรประจำตัวประชาชน (พระ) หรือบัตรประจำตัวพระ ขึ้นมาควบคู่กัน เพราะการทำเอกสารราชการสำคัญ ก็ยังคงใช้ใบสุทธิพระประกอบอยู่

บทความก่อนหน้านี้ศูนย์วิจัยกสิกรปรับเพิ่มจีดีพีโต 3.4% ชี้พรก.แรงงานต่างด้าวส่งผลกระทบเลวร้ายสุดคิดเป็น 4.6 หมื่นล้าน
บทความถัดไปทำบุญครบรอบ 3 ปี คดีฆ่าข่มขืนโหดเด็กหญิงวัย 13 ขวบ บนรถไฟ แม่เหยื่อจิตใจดีขึ้น