ตำรวจกาฬสินธุ์ตามรวบโจรนกขมิ้นมืออาชีพสุดแสบเดินสายตะเวนก่อเหตุงัดเบาะรถจักรยานยนต์ของประชาชนตามสวนสาธารณะกวาดทรัพย์สินเกลี้ยง พบประวัติโชกโชนก่อนเหตุมาแล้วหลายจังหวัดทั่วประเทศ
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 6 กรกฎาคม พล.ต.ต.มนตรี จรัลพงศ์ ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ พ.ต.อ.ณัฐพล มิ่งพันธ์ รองผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ พ.ต.อ.ทินณะรัตน์ เพ็ชรพันธ์ศรี รอง ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ พ.ต.อ.โสภณ วารี รองผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ พ.ต.อ.ไพโรจน์ ไทยพุทธา รอง ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ พ.ต.อ.อุกกฤษฏ์ ทรงชัยสงวน รองผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ พ.ต.อ.ชัยพร พงษ์ศักดิ์ ผกก.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ พ.ต.ท.เอกก์ พูลบวรรักษ์ ปรก.รอง ผกก.สส.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ พ.ต.ต.ปรัชญา ต้นกันยา สว.สส.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ร.ต.อ.อารมณ์ เจริญสรรพ์ พร้อมชุดสืบสวนสภ.เมืองกาฬสินธุ์ร่วมกันแถลงผลการจับกุมตัวนายศิวฤทธิ์ หรือเอ็ม ลาวัลแก้ว อายุ 41 ปี หมู่ที่ 7 ต.พะตง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ผู้ต้องหาก่อเหตุตะเวนลักทรัพย์ โดยการงัดเบาะรถจักรยานยนต์ของประชาชนตามสวนสาธารณะทั่วประเทศ หลังจากถูกชุดสืบสวน สภ.เมืองกาฬสินธุ์จับกุมตัวได้เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ที่ผ่านมาภายในห้องพักหมายเลข 3 ของหอพักพงศกร เลขที่ 9/38 ถ.กมลชัยพัฒนา เขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ พร้อมของกลางเหล็กงัด 6 แฉก ตัวแอล รูปปีกเครื่องบิน ลักษณะคล้ายลูกกุญแจ 2 อัน รีโมตตัดสัญญาณ 1 ตัว เสื้อ กางเกง รองเท้ากีฬา เงินสดและโทรศัพท์มือจำนวนมาก โดยมีผู้เสียหายมายืนยันทรัพย์สินที่ถูกขโมยไปอีกด้วย
พล.ต.ต.มนตรี จรัลพงศ์ ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า สำหรับคดีดังกล่าวสืบเนื่องจากตำรวจได้รับแจ้งจากประชาชนที่มาออกกำลังกายภายในสวนสาธารณะกุดน้ำกินว่ามีคนร้ายได้เข้าไปงัดเบาะรถจักรยานยนต์แล้วขโมยเอาของมีค่า ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นโทรศัพท์มือถือ กระเป๋าเงิน บัตรเอทีเอ็ม บัตรเครดิต ซึ่งในวันที่ 3 กรกฎาคม 2560 วันเดียวมีรถจักรยานยนต์ถูกงัดเบาะมากถึง 8 คัน โดยหลังเกิดเหตุได้สั่งการให้ชุดสืบสวนเข้าแกะรอยจากกล้องวงจรปิดที่ปรากฏเห็นภาพพฤติกรรมและหน้าตาคนร้าย ซึ่งจะแต่งตัวชุดกีฬาวิ่งออกกำลังกายและจะนั่งสังเกตรถจักรยานยนต์ที่มาจอดเมื่อวางของมีค่าไว้ใต้เบาะรถก็จะเข้าทำการงัดเพื่อขโมยของไป และเมื่อกล้องวงจรปิดบันทึกภาพได้ตำรวจจึงได้ทำการแกะรอยจนทราบว่าคนร้ายได้แอบมาเปิดห้องพักเอาไว้ จึงได้เข้าไปติดตามจับกุมได้พร้อมของกลางดังกล่าว
พล.ต.ต.มนตรี กล่าวต่อว่า สำหรับพฤติกรรมของนายศิวฤทธิ์ หรือเอ็ม ลาวัลแก้ว ผู้ต้องหานั้น เดิมเป็นชาว จ.สงขลา แต่ปัจจุบันพักอาศัยอยู่กับภรรยาที่ จ.เชียงราย ซึ่งเมื่อปี 2553 ก็ติดคุกในข้อหาคดีลักทรัพย์ 2 ปี และเมื่อพ้นโทษออกมาก็กลับมาก่อเหตุลักทรัพย์อีก โดยครั้งนี้จะเดินสายตระเวนไปตามจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศแล้วเช่าโรงแรมหรือห้องพักหรู ใช้ชีวิตเหมือนนกขมิ้นค่ำไหนนอนนั้น ก่อนที่จะทำทีแต่งชุดกีฬาไปออกกำลังกายตามสวนสาธารณะปะปนกับประชาชนทั่วไปและเลือกเหยื่อที่นำทรัพย์สินมีค่าไว้ใต้เบาะรถ ซึ่งเมื่อสบโอกาสที่เจ้าของรถเผลอก็จะใช้อุปกรณ์เหล็ก 6 เหลี่ยมที่การดัดแปลงเป็นกุญแจผีงัดเบาะและนำทรัพย์สินไป
ทั้งนี้ ทรัพย์สินที่ได้หากเป็นโทรศัพท์ก็จะนำไปขายที่ตลาดเสือป่า กรุงเทพมหานคร ส่วนเงินสดก็จะเก็บไว้ใช้เอง แต่หากเป็นบัตรเครดิตก็จะนำไปซื้อโทรศัพท์ หรือของมีค่าทันทีหลังลงมือก่อเหตุ ก่อนที่ผู้เสียหายจะรู้ตัว ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวถือว่าเป็นมืออาชีพ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะทำการขยายผลต่อไปว่ามีผู้ร่วมขบวนการอีกหรือไม่ เบื้องต้นได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีในห้อหาลักทรัพย์ อย่างไรก็ตาม อยากฝากถึงประชาชนที่ไปออกกำลังกายตามสวนสาธารณะต่างๆ ให้ระมัดระวังตรวจสอบทรัพย์สินมีค่าตลอดและไม่ควรนำทรัพย์สินมีค่าเก็บไว้ใต้เบาะรถจักรยานยนต์เพราะจะถูกแก๊งมิจฉาชีพเหล่านี้ก่อเหตุขโมยไปได้
พล.ต.ต.มนตรี กล่าวอีกว่า จากการขยายผลทั้งการประสานไปยังพื้นที่ต่างๆและจากคำรับสารภาพของผู้ต้องหา ประกอบกับพยานหลักฐานพบว่า นายศิวฤทธิ์ ได้ก่อเหตุลักทรัพย์โดยการงัดเบาะรถจักรยานยนต์ในช่วงเดือนมีนาคม 2560 ที่สวนสาธารณะกุดน้ำกิน จ.กาฬสินธุ์ จำนวน 3 ราย ก่อเหตุในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2560 ที่สวนสาธารณะบึงแก่นนคร จ.ขอนแก่น 1 ราย ก่อเหตุเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2560 ที่โรงเรียนอุดมดรุณี จ.สุโขทัย 2 ราย ก่อเหตุเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2560 ที่สวนสาธารณะ อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ 1 ราย และย้อนกลับมาก่อเหตุที่สวนสาธารณะกุดน้ำกิน จ.กาฬสินธุ์อีกเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2560 จำนวน 8 ราย กระทั่งถูกตำรวจกาฬสินธุ์ตามจับตัวได้ดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบประวัตินั้นนายศิวฤทธิ์ เดิมชื่อนายมนัส ลาวัลแก้ว ซึ่งภายหลังเมื่อปี 2551 มาเปลี่ยนชื่อเป็นนายศิวฤทธิ์ ลาวัลแก้ว เคยถูกจับข้อหาลักทรัพย์ 2 คดี และถูกดำเนินคดีลักทรัพย์เพิ่มเติมอีก 2 คดี ที่สภ.เมืองสตูล ถูกจับกุมในข้อหาลักทรัพย์ที่ สภ.เมืองเพชรบุรี ถูกออกหมายจับในข้อหาลักทรัพย์ในพื้นที่ สภ.เมืองอุตรดิตถ์ สภ.องครักษ์ จ.นครนายก และสภ.เมืองปราจีนบุรี
ด้านนางสาวณัฐกานต์ สายสะอาด อายุ 25 ปี หนึ่งในผู้เสียหาย กล่าวว่า ในวันเกิดเหตุได้ไปออกกำลังกายที่สวนสาธารณะกุดน้ำกิน อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ โดยนำเงินติดกระเป๋าไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพื่อซื้อน้ำดื่ม และเก็บกระเป๋าไว้ใต้เบาะรถจักรยานยนต์ กระทั่งออกกำลังกายเสร็จ จึงกลับบ้าน แต่อยู่ๆ มีข้อความในโทรศัพท์มือส่งเข้ามาแจ้งว่าบัตรเครดิตธนาคารกรุงไทยได้ถูกใช้รูดซื้อโทรศัพท์ไปจำนวน 10,900 บาท ตนก็ตกใจจึงไปเปิดเบาะรถดูพบว่ากระเป๋าเงินและบัตรเครดิตหายไป จึงโทรศัพท์เข้าไปอายัดที่ธนาคาร ซึ่งยังโชคดีที่คนร้ายรูดบัตรใช้ซื้อของไปเพียง 10,900 บาท และอายัดทัน ซึ่งต่อไปไม่กล้าที่จะนำทรัพย์สินมีค่าเก็บไว้ใต้เบาะรถจักรยานยนต์อีกแล้ว แต่ฝากเตือนผู้ที่ออกกำลังกายไม่ควรนำทรัพย์สินไว้เพราะจะถูกแก๊งมิจฉาชีพเหล่านี้ก่อเหตุขโมยไปได้

