สาวใหญ่กินเหล้าทิ้งทวนก่อนหยุดยาวเข้าพรรษา เมาหนักจนเปลือยท่อนล่างจมน้ำดับ
วันนี้ 6 กรกฎาคม 2560 ร.ต.อ.บุญสารนิติ สุภัคดี ร้อยเวร (สอบสวน) สภ.สระบัว อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ได้รับแจ้งจากนางสมัย โพธิศรี อายุ 64 ปี เจ้าของไร่มันสำปะหลังชาว ต.ลาดตะเคียน อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ว่า พบศพคนจมน้ำตายลอยอยู่ในบ่อเลี้ยงปลาข้างบ้าน ชื่อนางเรียน ไม่ทราบนามสกุล ซึ่งเป็นลูกจ้างของตนเองที่หายตัวออกจากบ้านไปอย่างไร้ร่องรอยตั้งแต่เมื่อวานนี้ (5 กรกฎาคม) จึงรายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น และแจ้งหน่วยกู้ภัยสัจจะพุทธธรรมแห่งประเทศไทย (อ.กบินทร์บุรี) พร้อมแพทย์เวร รพ.กบินทร์บุรี ลงพื้นที่ร่วมชันสูตรพลิกศพผู้เสียชีวิต
เป็นบ่อเลี้ยงปลาดุกขนาดกว้างกว่า 50 เมตร ยาวเกือบ 80 เมตร ลึกประมาณ 4 เมตร พบศพนางเรียน ไม่ทราบนามสกุล อายุ 51 ปี สภาพนอนคว่ำหน้าอยู่ใกล้ขอบสระ สภาพสวมเสื้อเชิ้ตสีดำ ท่อนล่างเปลือยเปล่าไม่สวมผ้าถุงหรือกางเกง ได้ให้หน่วยกู้ภัยนำศพขึ้นริมขอบสระเพื่อชันสูตร ที่ช่องปากมีเลือดไหลออกจากปากเล็กน้อย ไม่พบบาดแผล ร่องรอยการต่อสู้ ถูกข่มขืน หรือถูกทำร้าย ใกล้ๆ กันเป็นที่พักคนงานปลูกเป็นบ้านไม้ยกสูงชั้นเดียวอยู่บนคันคูสระน้ำ พบนายเรียน อินทนุช อายุ 58 ปี ชาว ต.บ้านซบ อ.สังขะ จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นลูกจ้าง และเป็นสามีของนางเรียนผู้เสียชีวิต
ร.ต.อ.บุญสารนิติกล่าวว่า “จากการสอบสวนในเบื้องต้น นายเรียนผู้เป็นสามีได้ให้การว่า เมื่อวาน (5 กรกฎาคม) ช่วงบ่ายๆ ภรรยาคือนางเรียนซึ่งชื่อเหมือนกัน ได้อยู่กินกันมาได้ 3 ปีแล้ว ตนและนางเรียนไม่ได้เรียนหนังสือด้วยกันทั้งคู่ เป็นคนชอบกินเหล้ากันประจำ บ่ายวานนี้ (5 กรกฎาคม) ได้พากันไปซื้อเหล้าขาวจากในหมู่บ้านมากินที่บ้านพักคนงานเลี้ยงปลาเพื่อส่งท้ายก่อนงดเหล้าเข้าพรรษา โดยกะดื่มสั่งลาว่าจะพากันงดเหล้าตลอดพรรษานี้ ตนรู้สึกว่าภรรยากินเหล้ามาก และเดินไม่หยุด ได้พยายามเตือนว่าอย่าเดินไปทั่ว เกรงว่าจะพลัดตกบ่อเลี้ยงปลาที่ติดอยู่กับที่พัก

จากนั้นตนก็ได้ก่อไฟเพื่อที่จะหุงข้าว ทำกับข้าว ไม่รู้ว่านางเรียนเดินไปไหน จนกระทั่งพลบค่ำก็ไม่เห็นภรรยากลับมาที่บ้านพัก คิดแต่ว่าภรรยาคงเดินไปที่บ้านเถ้าแก่ (นางสมัย โพธิศรี) ซึ่งอยู่ถัดไปเล็กน้อย ไม่เฉลียวใจว่าภรรยาจะพลัดตกน้ำเสียชีวิต
กระทั่งเช้ามาตื่นนอน กำลังจะหุงข้าวได้ยินเสียงเถ้าแก่เรียกหาภรรยา ตนบอกว่าไม่อยู่ตั้งแต่เมื่อบ่ายวานนี้ คิดว่าเมาเหล้าแล้วเดินกลับมาที่พักไม่ไหว นอนอยู่ที่บ้านเถ้าแก่ นางสมัยบอกว่าไม่เห็นหน้านางเรียน แต่เห็นว่าเดินไปซื้อน้ำเขียวมาขวดหนึ่ง เดินโซเซกลับมาที่พัก นึกว่านอนอยู่บ้าน
ขณะที่นางสมัยเถ้าแก่กำลังให้อาหารปลาดุกในบ่อที่อยู่ติดกับที่พักของคนงาน เห็นอะไรดำๆ ลอยอยู่ในน้ำตะคุ่มๆ จึงเพ่งดูใกล้ๆ เมื่อแน่ใจว่าสิ่งที่พบเห็นลอยอยู่ในบ่อปลาเป็นร่างของคนงานจึงร้องบอกให้นายเรียนมาดู และพบเป็นนางเรียน พร้อมกับโทรแจ้งตำรวจทันที”
“จากการสังเกตข้างที่พักซึ่งปลูกไว้บนคูสระ พบว่ามีทางเดินเข้า-ออก ระหว่างที่พักและหลังบ้านมีช่องกว้างราว 50 ซม.ไว้สำหรับเดินเข้า-ออก สันนิษฐานว่าผู้ตายอยู่ในสภาพเมา เกิดพลัดตกน้ำและหน้ากระแทกหินดานก้นสระ พยายามที่จะช่วยเหลือตัวเอง แต่จากการที่เมาหนักจึงไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ เกิดจมน้ำจนเสียชีวิตดังกล่าว หลังชันสูตรญาติไม่ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต แต่ทางเจ้าหน้าที่ได้นำส่งพิสูจน์ที่ รพ.กบินทร์ ตรวจสอบหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง” ร.ต.อ.บุญสารนิติกล่าว
ด้านนายเรียนกล่าวว่า “ก่อนภรรยาจะออกจากบ้านใส่ผ้าถุงลายดอก ที่ไม่เห็นใส่ผ้าถุงนั้นอาจเป็นไปได้ว่าคงหลุดขณะที่ผู้ตายตกน้ำ จึงทำให้ไม่มีผ้าถุงสวมใส่” นายเรียนกล่าว

