กรณีชาวบ้านในพื้นที่ตำบลทุ่งใหญ่และตำบลท่าข้าม อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ออกมาคัดค้านโครงการก่อสร้างศูนย์ทำลายวัสดุทางการแพทย์และเตาเผาขยะติดเชื้อของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หรือ มอ. ที่อยู่ระหว่างเตรียมก่อสร้างในพื้นที่ 400 ไร่ ซึ่งเป็นที่ดินราชพัสดุ ตั้งอยู่ในพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างหมู่ที่ 5 และ 6 ของตำบลทุ่งใหญ่ โดยชาวบ้านส่วนใหญ่กังวลว่าจะได้รับผลกระทบจากโครงการดังกล่าว เนื่องจากขยะที่นำมาเผาส่วนใหญ่เป็นขยะติดเชื้อของโรงพยาบาล จึงได้รวมตัวกันแสดงพลังในการคัดค้านโครงการนี้
ล่าสุด นายชูศักดิ์ ลิ่มสกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เปิดเผยว่า การดำเนินการโครงการนี้ใช้งบประมาณ 270 ล้านบาท ในขณะนี้ได้ดำเนินขอถอนที่ดินจำนวน 400 ไร่ออกจากการเป็นที่ดินราชพัสดุ โดยจ่ายค่าผลอาสินเรียบร้อยแล้ว โครงการนี้นั้นเป็นการขยายพื้นที่การทำกิจกรรมต่างๆ ของมหาวิทยาลัย เช่น อุทยานวิทยาศาตร์ ซึ่งจะเป็นอาคารสำหรับทำวิจัยร่วมกับเอกชน มีโรงงานต้นแบบ โรงพยาบาลสัตว์ใหญ่ รวมถึงโรงงานที่จะเผาของเสียวัสดุทางการแพทย์ เตาเผาขยะติดเชื้อ ซึ่งโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ก็ต้องมีของเสีย โรงพยาบาลสัตว์ที่ตั้งที่นี่ก็ต้องมีของเสีย เมื่อเราสร้างวัสดุของเสียขึ้นมาก็เป็นหน้าที่ที่ต้องกำจัด ถือเป็นหน้าที่ ประชาชนที่สร้างขยะขึ้นมาก็ต้องช่วยกันกำจัดขยะเช่นเดียวกัน
“ก่อนหน้านี้เราใช้วิธีการกำจัดด้วยการว่าจ้างให้มีการขนไปทำลายที่จังหวัดภูเก็ต แต่นั่นก็ไม่ใช่แนวทางที่ถูกต้อง ที่ถูกต้องคือ ต้องมีการกำจัดในพื้นที่จังหวัดของของเสีย เนื่องจากระหว่างการขนนั้นอาจจะมีความเสี่ยงที่ขยะจะแพร่กระจายปะปนกับขยะทั่วไป จึงมีแนวคิดในการสร้างโรงงานเผาของเสียวัสดุทางการแพทย์ขึ้นมา เพื่อเป็นต้นแบบ เป็นแหล่งเรียนรู้ รวมถึงมีงานวิจัยใหม่ๆ ขึ้นมา โดยมีบริษัทที่ปรึกษาที่ชัดเจน และจะใช้เทคนิคขั้นสูง เป็นเทคโนโลยีที่ดีที่สุดในการดำเนินการ อากาศที่ปล่อยออกไปไม่มีมลภาวะ และได้เกณฑ์มาตรฐานยุโรป สูงกว่ามาตรฐานของไทยถึง 10 เท่า ส่วนข้อกังวลที่ชาวบ้านคัดค้านโครงการนี้นั้น จริงๆ แล้วได้มีการให้ข้อมูล ทำความเข้าใจกับผู้นำชุมชนมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนธันวาคมที่ผ่านมา รวมถึงมีการออกอากาศทางวิทยุ ซึ่งอยากจะสื่อสารให้ชุมชนเข้าใจว่าสิ่งที่ทำคือการทำเพื่อชุมชน เพราะป้องกันไม่ให้วัสดุทางการแพทย์หลุดรอดไป เรากำกับดูแลและเผาภายในของเราเอง ซึ่งมาตรฐานที่ใช้ก็เป็นขั้นสูง” อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์กล่าว
นายชูศักดิ์กล่าวอีกว่า สิ่งใดที่ชาวบ้านกังวลหรือต้องการให้ชี้แจงอย่างไรก็อยากให้ชาวบ้านสื่อสารกัน ซึ่งได้เตรียมการเอาไว้ว่า ระหว่างการก่อสร้างก็จะให้ชาวบ้านเข้ามาดู หรือระหว่างที่เครื่องทำงานก็อยากให้ชาวบ้านเข้ามาดู อยากให้มีส่วนร่วมจริงๆ อากาศที่ปล่อยออกไปจะต้องได้ตามเกณฑ์มาตรฐาน ถ้าไม่ได้มาตรฐานเครื่องก็จะหยุด นอกจากนั้น จะสร้างสถานีตรวจวัดอากาศห่างจากเตาเผา เพื่อตรวจวัดคุณภาพอากาศ ระบบส่งขึ้นทางเว็บไซต์ สามารถตรวจสอบได้เอง ซึ่งชุมชนสามารถตรวจสอบสภาพอากาศได้เอง
อย่างไรก็ตาม ถ้าตามกรอบระยะเวลานั้น ในขณะนี้โครงการนี้อยู่ระหว่างการหาผู้ดำเนินการก่อสร้างโครงการ ซึ่งหากได้แล้วก็คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในเดือนสิงหาคมนี้ โดยไม่ต้องมีการทำประชาพิจารณ์ เพราะดำเนินการในพื้นที่ของเราเอง และเพื่อใช้เอง ตามกฎหมายจึงไม่ต้องทำประชาพิจารณ์ แต่ก็พร้อมที่จะชี้แจง ให้ข้อมูล ทำความเข้าใจกับชุมชน เพื่อคลายความกังวลและมั่นใจในมาตรฐานที่ทาง มอ.ได้ดำเนินการ
ในขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่ได้รวมตัวกันคัดค้านโครงการนี้มาอย่างต่อเนื่อง นายสุชาติ มณีโชติ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6 ต.ทุ่งใหญ่ กล่าวว่า ชาวบ้านในพื้นที่นับพันคนต่างร่วมกันแสดงออกว่าไม่ต้องการให้เกิดโครงการนี้ขึ้นมา เพราะต้องการใช้ชีวิตอย่างปกติสุข ไม่ต้องการมลพิษขึ้นในพื้นที่ และเรียกร้องให้ มอ.ยกเลิกโครงการนี้ภายใน 15 วัน หลังจากนั้นหากยังคงยืนยันก็จะยกระดับในการเคลื่อนไหวต่อไป

