เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำในพื้นที่ จ.อุทัยธานีหลังจากที่มีฝนตกหนักลงมาอย่างต่อเนื่องตลอด 1 สัปดาห์ทั้งในพื้นที่ จ.อุทัยธานี และพื้นที่เหนือเขื่อนวังร่มเกล้า ในเขต อ.แม่เปิน จ.นครสวรรค์ ส่งผลให้มีการระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำคลองโพธิ์ อ.แม่เปิน ไหลบ่ามาตามลำคลองลำห้วยธรรมชาติลงสู่แม่น้ำตากแดดเหนือเขื่อนวังร่มเกล้า ในพื้นที่ อ.สว่างอารมณ์ และ อ.ทัพทัน มีระดับเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้โครงการชลประทานอุทัยธานี ต้องทำการเปิดประตูระบายน้ำเพื่อให้น้ำที่ไหลมานั้นถูกระบายลงสู่ท้ายเขื่อน ป้องกันไม่ให้พื้นที่เหนือเขื่อนได้รับผลกระทบ
นายฐกร กาญจน์จิรเดช ผู้อำนวยการโครงการชลประทานอุทัยธานี เปิดเผยว่า โครงการชลประทานได้จัดเจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดสรรน้ำเฝ้าติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง โดยล่าสุดนี้ได้สั่งให้มีการยกประตูระบายน้ำของเขื่อนวังร่มเกล้าขึ้นทั้ง 3 บาน สูงจากธรณี 1.60 เมตร โดยระบายน้ำสู่ท้ายเขื่อน 126.27 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หรือวันละ 10 ล้านลูกบาศก์เมตร ในการระบายน้ำลงสู่ท้ายเขื่อน เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่เหนือเขื่อนและพื้นที่ท้ายเขื่อน ที่ปริมาณน้ำนั้นอาจเอ่อล้นทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน และพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายได้ อย่างไรก็ตามมีการคาดการณ์จากพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุวิทยาว่าจะมีฝนตกลงมาอีกอย่างต่อเนื่อง ทางโครงการชลประทานอุทัยธานีจะเฝ้าติดตามสถานการณ์ของฝนตกอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำป่าจากอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ที่อาจจะไหลบ่ามาสมทบกับการระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำคลองโพธิ์เพิ่มขึ้นอีก โดยหากมีปริมาณน้ำดังกล่าวเพิ่มขึ้นอีกนั้น ก็จะต้องยกประตูระบายน้ำทั้งหมดให้สูงขึ้นอีก เพื่อระบายน้ำให้ได้เพิ่มมากยิ่งขึ้นทันที และนับว่าการระบายของเขื่อนวังร่มเกล้ารอบนี้เป็นรอบที่ 3 แล้ว โดย 2 รอบแรกนั้นได้ระบายไปในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา



