เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม จากกรณีมีข่าวการตรวจพบทุจริตเงินทอนวัด 5 แห่งใน จ.ลำปาง กระจายใน 3 อำเภอ มีรายชื่อเข้าข่ายทุจริตเงินอุดหนุนงบประมาณบูรณะ และปฎิสังขรณ์วัด ตามที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) ได้เปิดยุทธการปราบโกง ครั้งที่ 1 ซึ่งพบวัดที่เข้าข่าย 12 แห่งในประเทศ โดยมี 5 วัดอยู่ที่ จ.ลำปาง ได้แก่ วัดวัฒนาราม ต.สบปราบ, วัดบ้านอ้อ ต.แม่กัวะ, วัดอุมลอง ต.สมัย อ.สบปราบ, วัดทุ่งต๋ำ ต.เสริมกลาง อ.เสริมงาม และวัดหาดปู่ด้าย ต.นาแส่ง อ.เกาะคา จ.ลำปาง
นายบุญเลิศ โสภา ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนา จ.ลำปาง เปิดเผยว่า เรื่องนี้ถือว่าที่ผ่านมา หลังมีการนำเสนอข่าวและมีรายชื่อวัดต่างๆ ถูกเผยแพร่ออกไป ยอมรับว่าเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง แต่จนถึงวันนี้ ข้อเท็จจริงยังไม่เกิดความกระจ่าง ว่าเป็นอย่างไร ซึ่งจะต้องมีการสืบหาข้อเท็จจริงกันต่อไป โดยหลังจากทาง จ.ลำปางได้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงขึ้นมา 1 ชุด ตามคำสั่งของผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เพื่อสืบหาข้อเท็จจริงกรณีทุจริตเงินทอนวัดตามที่มีข่าวว่า วัด 5 แห่งใน จ.ลำปาง เข้าข่าย ซึ่งคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นนี้ ประกอบไปด้วยภาคราชการของ จ.ลำปาง และฝ่ายสงฆ์ ซึ่งเป็นพระชั้นผู้ใหญ่ที่เข้ามาร่วมเป็นคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ และมีสำนักงานพระพุทธศาสนา จ.ลำปาง เป็นเลขานุการ จะเริ่มสืบข้อเท็จจริงหลังวันเข้าพรรษา หรือช่วงสัปดาห์หน้า โดยคณะกรรมการจะไปพบกับเจ้าอาวาสวัดที่มีรายชื่อ หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องในเรื่องดังกล่าว เพื่อสืบข้อเท็จจริงเส้นทางทุจริตเงินทอนวัด หรือกลไกซับซ้อนใดต่อเรื่องที่เกิดขึ้น
นายบุญเลิศกล่าวต่อว่า ข่าวในทางลบเกี่ยวกับพระสงฆ์ หรือวัด ยอมรับว่ามีการนำเสนอออกมาอย่างเป็นระยะ และมีประชาชนให้ความสนใจ และติดตามข่าวกันเป็นจำนวนมาก ดังนั้น จึงทำให้สื่อมวลชนเลือกทำข่าวและนำเสนอในเรื่องนี้กันอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นข่าวที่ขายได้ ฉะนั้นแล้ว ในเรื่องทุจริตเงินทอนวัดนี้ ที่ยังไม่เกิดความกระจ่าง และยังไม่ทราบข้อเท็จจริงที่ชัดเจน จึงต้องสืบข้อเท็จจริงเพื่อให้เกิดความกระจ่าง และเพื่อให้สังคมรับรู้ว่าเท็จจริงแล้วเป็นอย่างไร จึงขอเวลาไปสืบข้อเท็จจริงสักพักในการดำเนินงานในพื้นที่ จ.ลำปาง

