พล.ต.ต.สุวิชาญ ญาณกิตติกุล ผบก.ภ.จว.นครพนม พ.ต.อ.ธีทัต อิ่มทั่ว พ.ต.อ.พลาเดช เพ็ชรหว้าโง๊ะ รอง ผบก.ภ.จว.นครพนม และ พ.ต.อ.เกียรติภูมิ สุวรรณไตรย์ ผกก.สภ.เมืองนครพนมร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมตัวผู้ต้องหาก่อเหตุลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ จำนวน 3 คน ประกอบด้วย หัวหน้าแก๊ง นายอนุวัฒน์หรือจั่นเจา หนองทองทา อายุ 19 ปี บ้านเลขที่ 80 ม.11 ต.พระกลางทุ่ง อ.ธาตุพนม จ.นครพนม นายอวิรรุทธิ์ หรืออ๊อฟ แก้วมณีชัย อายุ 29 ปี บ้านเลขที่ 315 ม.5 ต.เรณูนคร อ.เรณูนคร จ.นครพนม นายมานิตย์หรือนิตย์ ธงยศ อายุ 29 ปี บ้านเลขที่ 29 ม.9 ต.โพนทอง อ.เรณูนคร จ.นครพนม พร้อมของกลาง รถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่น สกู๊ปปี้ สีดำ หมายเลขทะเบียน กลบ 697 นครพนม ซี่งเป็นแผ่นป้ายทะเบียนปลอม
กรณีช่วงวันที่ 7-13 ก.ค.60 จังหวัดนครพนมจัดให้มีงานบวงสรวงพญาศรีสัตตนาคราช ขึ้นบริเวณแลนด์มาร์คริมฝั่งแม่น้ำโขง ถ.สุนทรวิจิตร เขตเทศบาลเมืองนครพนม เริ่มจากตลาดอินโดจีนไปจนถึงวัดกลาง มีคาราวานสินค้า ประชาชนมาร่วมงานและซื้อสินค้าเป็นจำนวนมาก บางส่วนนำรถจักรยานยนต์มาจอดใกล้ ๆ กับบริเวณงาน ปรากฏว่า ในวันที่ 8 ก.ค. ซึ่งเป็นวันที่เจ้าแม่นาคี น้องแต้ว ณฐพร เตมีรักษ์ ผู้รับบท “คำแก้ว” มารำบวงสรวง ทำให้มีประชาชนเนืองแน่นกว่าปกติ หลังพิธีรำบวงสรวงของดาราดังผ่านพ้นไป มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความว่า ถูกคนร้ายก่อเหตุลักทรัพย์รถจักรยานยนต์หายไป 2 คัน บริเวณรอบวัดโพธิ์ศรีใกล้ที่จัดงานรำบวงสรวง เจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่า คนร้ายอาจจะกลับมาก่อเหตุในบริเวณใกล้เคียงรอบวัดโพธิ์ศรี จึงวางแผนซุ่มสังเกตการณ์
ต่อมา วันที่ 9 ก.ค. 60 เวลาประมาณ 21.00 น. พบชายต้องสงสัย 3 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ของกลางดังกล่าว ซ้อนท้ายกันมาจอดในซอยศรีเชียงใหม่ข้างวัดโพธิ์ศรี โดยมีนายมานิตย์ฯ เป็นคนขับ และได้เปิดเอาอุปกรณ์ซึ่งใช้ในการงัดรถ ออกมาจากใต้เบาะรถจักรยานยนต์ประกอบด้วย ไขควงแบบหัวแฉกสีดำ และบล็อกตัวที (T) สำหรับใช้งัดรถ จยย. 1 อัน เจ้าหน้าที่จึงแสดงตนเข้าจับกุม ผู้ต้องหาทั้งสามคนเห็น พยายามวิ่งหลบหนีแต่ถูกตะครุบตัวได้ ในเวลาต่อมา เจ้าหน้าที่ค้นในตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คน นายอนุวัฒน์หรือ จั่นเจา ซ่อนเหล็กแหลมแบน ซึ่งใช้สำหรับงัดเปิด รถ จยย. 1 อัน และบล็อกไฟดัดแปลงสำเร็จรูป สำหรับใช้ต่อตรงกับสายไฟ รถ จยย.1 อัน อยู่ที่กระเป๋าด้านหลังกางเกง ส่วนในกระเป๋าคาดเอวที่นายอวิรรุทธ์ หรืออ๊อฟ สะพายอยู่พบเหล็กแหลมสำหรับงัดรถ จยย. 1 อัน และบล็อกไฟดัดแปลงสำเร็จรูป สำหรับใช้ต่อตรงกับสายไฟ รถ จยย.1 อันแบบเดียวกันกับที่พบในตัวนายจั่นเจา จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน แล้วนำตัวผู้ต้องหาทั้งสามไปสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.เมืองนครพนม
จากการสอบสวนขยายผลเบื้องต้น นายอนุวัฒน์ หรือ จั่นเจา หัวหน้าแก๊ง รับสารภาพว่าได้ร่วมกับสมุนทั้ง 2 คน ลักรถ จยย.ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่น ดรีม สีชมพู ทะเบียน 1กจ-2646 นครพนม บริเวณริมถนนหลังวัดโพธิ์ศรี ถนนพินิจรังสรรค์ เขตเทศบาลเมืองนครพนม เมื่อวันที่ 8 ก.ค.60 จริง ในขณะที่นายอวิรรุทธิ์ หรืออ๊อฟ รับสารภาพว่า ได้ลักรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่น เวฟ 110 สีน้ำเงิน ทะเบียน 1กข 5472 นครพนม บริเวณใต้ต้นโพธิ์ภายในซอยศรีเชียงใหม่ข้างวัดโพธิ์ศรี ถ.สุนทรวิจิตร โดยนำไปขายให้กับนายสอน ราษฎรชาวลาว ในราคา 15,000 บาท นำเงินที่ได้มาแบ่งกัน และเที่ยวเตร่จนหมด ก่อนจะหวนกลับมาก่อเหตุ ส่วนนายมานิตย์ฯ รับสารภาพว่า ได้ร่วมกันกับนายจั่นเจา และนายอ๊อฟ ก่อเหตุลักทรัพย์ รถ จยย.ยี่ห้อ ฮอนด้า ไม่ทราบรุ่น ทะเบียน 1 กจ.2139 นครพนม ไปเมื่อวันที่ 14 พ.ย.59 บริเวณหน้าร้านขายอุปกรณ์โรงสีข้าว เขตเทศบาลเมืองนครพนม หลังจากขายรถที่ขโมยมาไปแล้ว ได้นำทะเบียนมาสวมใส่กับรถที่ใช้ก่อเหตุ หวังตบตาเจ้าหน้าที่ฯ โดยทั้งสามรับว่าได้ก่อเหตุลักษณะนี้มาหลายครั้งในพื้นที่จังหวัดนครพนม มุกดาหาร และสกลนคร หลังการสอบสวนได้ตั้งข้อหาแก่ผู้ต้องหาทั้งสามโดยกล่าวหาว่า ร่วมกันลักทรัพย์ (รถจักรยานยนต์) ในเวลากลางคืนหรือรับของโจรนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครพนม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

