หน้าแรก ภูมิภาค จนท.ค้นมัสยิด...

จนท.ค้นมัสยิดปัตตานี ผู้ต้องสงสัยหลบหนี-ใช้อาวุธปืน วิสามัญดับ 1 ตามไล่ล่าอีก 2

12.07.17 | 11:52 น.

เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 12 กรกฎาคม พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จ.ปัตตานี พ.อ.หาญพล เพชรม่วง ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 ได้นำกำลังร่วม 50 นาย เข้าทำการปิดล้อมตรวจค้นบริเวณมัสยิดบ้านกาฮง หมู่ 5 ต.ปะกาฮารัง อ.เมืองปัตตานี หลังจากชุดการข่าวความมั่นคง ได้รายงานความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงเข้ามาในพื้นที่ คาดว่าน่าจะมีการวางแผนเพื่อเตรียมก่อเหตุความไม่สงบหลังมีข่าวมาก่อนหน้านี้ และขณะที่เจ้าหน้าที่มีการกระจายกำลังโอบล้อมบริเวณดังกล่าว ปรากฏว่าพบบุคคลเป้าหมาย จำนวน 3 คนนั่งอยู่บนแคร่ด้านหลังมัสยิด เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเพื่อตรวจค้น ปรากฏว่าผู้ต้องสงสัยทั้ง 3 คนเห็นเจ้าหน้าที่จึงได้แยกย้ายวิ่งหลบหนีไปคนละทิศละทาง แต่ 1 ในผู้ต้องสงสัยได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ จำนวน 3 นัด เพื่อเปิดทางหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงหลบกระสุนก่อนจะใช้อาวุธปืนยิงตอบโต้ถูกผู้ต้องสงสัยเสียชีวิตทันที 1 ราย ขณะที่อีกด้านหนึ่งเจ้าหน้าที่กระจายกำลังไล่ล่าผู้ต้องสงสัยอีก 2 คน แต่สามารถหลบหนีไปได้

ตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พบว่าผู้ต้องสงสัยที่ถูกวิสามัญเสียชีวิตทราบชื่อ นายสุดิน มามะ อายุประมาณ 29 ปี ตรวจสอบมีหมายจับ ป.วิอาญา 1 หมาย ที่ลำตัวมีบาดแผลถูกยิง จำนวน 5 นัด ข้างตัวพบอาวุธปืนขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก ภายในรังเพลิงมีกระสุนถูกยิงไปแล้ว 3 นัด อีก 3 นัดยังไม่ได้ยิง นอกจากนี้ บริเวณแคร่ห่างจากศพประมาณ 20 เมตร พบอาวุธปืน ขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืนในแม็กกาซีน จำนวน 11 นัด เป้สนามบรรจุอาหาร 1 ใบ และเปลผูกไว้กับต้นไม้ 1 ผืน เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน สำหรับอาวุธปืนที่ยึดมาได้ 2 กระบอกนั้น เจ้าหน้าที่เชื่อว่าน่าจะเคยนำไปก่อเหตุมาแล้วหลายคดี ขณะนี้ได้นำส่งไปตรวจพิสูจน์แล้ว คาดจะรู้ผลอีก 2-3 วัน ส่วนคนร้ายที่หลบหนีไปได้ 2 คนเจ้าหน้าที่ยังคงกระจายกำลังไล่ล่าอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การปิดล้อมตรวจค้นได้มีการประสานไปยังผู้นำท้องถิ่นเพื่อให้มีการเจรจา แต่กลุ่มคนร้ายพยายามหลบหนีและใช้อาวุธต่อสู้เจ้าหน้าที่จึงเกิดการยิงตอบโต้เป็นเหตุให้คนร้ายถูกวิสามัญเสียชีวิต

ด้าน พล.ต.จตุพร กลัมพสุต ผบ.ฉก.ปัตตานี กล่าวว่า จากการข่าวกรองรวมถึงที่มีชาวบ้านแจ้งเบาะแสพบความผิดสังเกตของกลุ่มคน เกรงว่าจะมีการรวมตัวประทำสิ่งผิดกฎหมาย จนนำไปสู่การจัดกำลังวางแผนเข้าตรวจพิสูจน์ทราบตามข้อมูลแจ้งเตือนก่อนนี้แล้ว และเกรงอาจจะเป็นไปตามข่าว นำไปสู่การวางแผนรวม 3 ฝ่าย ก่อนทำการเข้าตรวจพิสูจน์ทราบ และเกิดการต่อสู้ยิงปะทะคนร้ายเสียชีวิตดังกล่าว ทั้งนี้ ได้ทำการตรวจสอบและสอบสวนพยานหลักฐานที่เกิดเหตุ โดยเฉพาะข้อมูลสำคัญที่มีชาวบ้านผู้หวังดีแจ้งให้ข่าวสารทางลับว่ากลุ่มคนร้ายใช้บริเวณหลังมัสยิดที่ถือว่าไม่เหมาะหากจะให้สถานที่บริเวณมัสยิด ซึ่งก่อนนี้เคยเกิดเหตุใช้ก่อเหตุร้ายมาแล้ว และทุกฝ่ายต่างไม่สบายใจและมีข้อตกลงห้ามและจะช่วยเป็นหูเป็นตาสอดส่องคนที่ใช้สถานที่อันเป็นที่เคารพของพี่น้องมุสลิม ซึ่งชาวบ้านหลายคนแสดงความรู้สึกไม่สบายใจและไม่อยากให้เรื่องร้ายต่างๆ ต้องทำให้พื้นที่หม่นหมอง จึงมองว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีจากการได้ยินเสียงสะท้อนเช่นนี้ และยังให้ข้อมูลว่าอีก 2 ราย ที่อยู่ร่วมในที่เกิดเหตุปะทะและหลบหนีไปได้นั้นคือ มีนายมะนาเซ ไซดี มีหมายจับ ป.วิ.อาญาคดีความมั่นคง 7 หมาย และนายยูโซะ แมะตีเมาะ ผู้ต้องสงสัยก่อเหตุลอบวางคดีระเบิด โดยทั้ง 2 คน มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่บ้านดอนรัก อ.หนองจิก จ.ปัตตานี โดยขณะนี้ได้สั่งให้มีการสนธิกำลังร่วม 3 ฝ่าย เสริมเข้าตรวจและไล่ล่ากลุ่มคนร้ายในระยะ 5 กิโกเมตร โดยคาดว่าจะมีแนวร่วมแอบให้การช่วยเหลือหลบหนีกบดาน