เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 12 กรกฏาคม ที่ห้องประชุมสระแก้ว ศาลากลางจังหวัดสระแก้ว นายเฮือง ซก ฮอน รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระตะบอง ประเทศกัมพูชา และคณะ ได้เดินทางเข้าร่วมประชุมกับ ธรรมศักดิ์ รัตนธัญญา รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อ ทำความเข้าใจเกี่ยวกับพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) บริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ 2560 ซึ่งทางฝ่ายไทย โดยสำนักงานจัดหางานจังหวัด ได้อธิบายชี้แจง และตอบข้อซักถามอย่างละเอียด ทุกประเด็นที่ฝ่ายกัมพูชา สงสัย นอกจากนั้นที่ประชุมยังได้มีการปรึกษาหารือเกี่ยวกับการ การเปิดจุดผ่านแดนถาวร ที่บ้านเขาดิน อำเภอคลองหาด ชายแดนด้านอำเภอสำเภาลูน จังหวัดพระตะบอง ที่มีกำหนดเปิดอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 1 ตุลาคม ที่จะถึงนี้ แต่ทางฝ่ายกัมพูชาได้แสดงท่าที่ว่ายังไม่พร้อมที่จะเปิดตามกำหนดดังกล่าว
รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระตะบองกล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการเดินทางเข้ามาประชุมร่วมกับทางจังหวัดสระแก้ว สืบเนื่องจาก มีแรงงานจากพระตะบองจำนวนมากที่เดินทางเข้ามาทำงานในประเทศไทย ทางรัฐมนตรีกระรวงแรงงานจึงได้สั่งการให้ทางจังหวัดพระตะบอง เข้าไปศึกษารายละเอียดของ พ.ร.ก. ดังกล่าว รวมทั้งขั้นตอนปฏิบัติ เพื่อนำไปชี้แจงทำความเข้าใจกับแรงงานในพระตะบองได้ทราบ และ ปฎิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมายของไทยต่อไป อย่างไรก็ดี ตนอยากฝากให้ทางรัฐบาลไทย ดูแลการส่งกลับแรงงานกัมพูชา ให้มีความปลอดภัยและอย่างมีมนุษยธรรมด้วย
รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระตะบองกล่าวถึงการเปิดจุดผ่านแดนถาวรบ้านเขาดิน ที่แต่เดิมเป็นเพียงจุดผ่อนปรนทางค้า ตามข้อตกลงของทั้งสองประเทศ ว่าทางจังหวัดพระตะบองยังไม่พร้อมที่จะตอบเรื่องดังกล่าว เนื่องจากทางกระทรวงการต่างประเทศ ยังไม่ได้สั่งการใด ๆ ซี่งหลังจากกลับไปแล้ว ตนจะรายงานผู้ว่าราชการจังหวัด ให้ประสานไปยังกระทรวง และถ้าพร้อมเมื่อไร จะแจ้งให้ทางจังหวัดสระแก้วทราบ คาดว่าจะสามารถแจ้งให้ทราบภายในอีก 1 อาทิตย์
ด้านนายธรรมศักดิ์กล่าวว่า ตนอยากทำความเข้าใจกับทางกัมพูชาว่า การดำเนินการเกี่ยวกับแรงงานกัมพูชา ในขณะนี้ มีสองประเด็นหลัก ๆ คือ กลุ่มที่เดินทางกลับกัมพูชาไปแล้ว และ ต้องการจะเดินกลับเข้ามาทำงานในประเทศไทย จะต้องดำเนินการอย่างไร และ อีกกลุ่มหนึ่ง คือ กลุ่มที่ยังไม่ได้เดินทางกลับ แต่ยังอยู่ในประเทศ จะต้องดำเนินการอย่างไร ให้ถูกต้อง ตาม พ.ร.ก. ที่ประกาศใช้ จึงอยากให้ทางกัมพูชาเข้าใจในสองประเด็นนี้ อย่างถูกต้อง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประเด็นที่ทางฝ่ายกัมพูชากังวล คือแรงงานประเภท เช้าไปเย็นกลับ ว่าจำเป็นที่จะต้องใช้บัตรผ่านแดนชั่วคราวหรือไม่ ซึ่งทางฝ่ายไทยยืนยันว่าจะต้องใช้ และไม่สามารถเดินทางเข้าประเทศไทยได้หากไม่มีบัตรผ่านแดนชั่วคราว ส่วนประเด็นที่ทางฝ่ายไทยกังวลคือค่าธรรมเนียมในการทำ หนังสือเดินทาง และ บัตรผ่านแดนชั่วคราว ของกัมพูชา ราคาแพงมาก จึงเกรงว่าจะเป็นปัญหาสำหรับแรงงานชาวกัมพูชา แต่ทางกัมพูชาชี้แจงว่า ตามกฎหมายแล้ว ค่าธรรมเนียมในการทำบัตรผ่านแดนชั่วคราว ราคาเพียง 200 บาท เมื่อเทียบกับเงินไทย ส่วนหนังสือเดินทาง มี 3 ราคา คือ 100 ดอลล่าสหรัฐ สำหรับรอรับได้ ใน 20 วัน 150 ดอลล่า สำหรับรอรับได้ 10 วัน และ 200 ดอลล่า ใช้เวลาเพียง 1 วัน

