เมื่อเวลา 09.20 น.วันที่ 13 กรกฎาคม ที่ศาลจังหวัดภูเก็ต นายวรณัณ หาดทรายทอง ชาวเลราไวย์ ต.ราไวย์ อ.เมืองภูเก็ต พร้อมด้วยนายพสิษฐ์ ถาวรล้ำเลิศ ทนายความ เดินทางเข้าฟังคำพิพากษาของศาลจังหวัดภูเก็ตในคดีดำ อาญาเลขที่ 4827/59 ซึ่งเป็นคดีที่โจทก์ น.ส.จินดารัตน์ ธรรมจักร ยื่นฟ้องนายวรณัณ หาดทรายทอง ชาวเลราไวย์ ฐานบุกรุกฯในที่ดินโฉนดเลขที่ 8324 ซึ่งอยู่บริเวณหมู่บ้านชาวไทยใหม่หาดราไวย์
ทั้งนี้ ในสำนวนฟ้องคดีดังกล่าวระบุว่า เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2559 ถึงวันที่ 16 พฤษภาคม 2559 เวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกันจำเลยได้บังอาจบุกรุกเข้าไปในที่ดินโฉนดเลขที่ 8324 ต.ราไวย์ อ.เมืองภูเก็ต ที่โจทก์และผู้รับมอบอำนาจจำนวน 9 คน ร่วมกันถือกรรมสิทธิ์ในฐานะผู้จัดการมรดกโดยไม่มีเหตุอันสมควร เหตุเกิด ที่ ต.ราไวย์ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 362, 363
โดยทั้งสอง นายวรณัณ และทนายความ ได้ใช้เวลาในการเข้าฟังคำพิพากษาประมาณ 40 นาที ก่อนเดินทางออกมาด้านหน้าศาล เพื่อพบกับพี่น้องชาวเลที่รออยู่บริเวณด้านหน้าอาคารศาล เพื่อรอให้กำลังใจประมาณ 50 คน
นายพสิษฐ์ได้เปิดเผยคำตัดสินในคดีที่โจทก์ น.ส.จินดารัตน์ ธรรมจักร ยื่นฟ้อง นายวรณัณ หาดทรายทอง ชาวเลราไวย์ ฐานบุกรุกฯในที่ดินโฉนดเลขที่ 8324 ว่า ศาลฟังไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนาบุกรุกเนื่องจากว่าจำเลยโต้แย้งสิทธิ์กับฝ่ายโจทย์อยู่ในทางแพ่ง และในคดีเดิม(คดีแพ่ง)ศาลได้พิจารณายกฟ้อง ทำให้จำเลยเข้าใจโดยสุจริตว่าเป็นที่ดินของจำเลยเอง ในส่วนของความผิดฐานยักย้ายหลักหมุดหลักเขตที่ดินก็เช่นเดียวกัน ศาลได้ยกฟ้องเพราะเห็นว่าทางจำเลยเมื่อเข้าใจโดยสุจริตว่าอยู่ในที่ดินของตัวเองและมีพยานยืนยันอีกว่าขณะดำเนินการไม่ได้ขยายพื้นที่ฉะนั้นย่อมฟังไม่ได้ว่ามีการรื้อหลักหมุด เพราะการรื้อหลักหมุดจะต้องมีเจตนาว่าต้องการครอบครองเป็นของตัวเอง แต่เมื่อฟังไม่ได้เลยนำไปสู่การยกฟ้องทั้งสองฐานความผิด ซึ่งในการยกฟ้องดังกล่าว หลักฐานของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ก็มีส่วนช่วยเหลือให้ยกฟ้องเนื่องจากมีผลมาตั้งแต่คดีเดิม(คดีแพ่ง)อยู่แล้ว
สำหรับคดีที่ชาวเลถูกฟ้องร้องโดยโจทก์ น.ส.จินดารักษ์ มีประมาณ 12 คดี แบ่งเป็นคดีแพ่ง 10 คดี และอาญา 2 คดี ในคดี แพ่ง 10 คดีนั้น โจทก์ยอมความ 1 คดี และถอนฟ้องภายหลังอีก 1 คดี เหลือ 8 คดี ใน 8 คดีนี้ ที่ภายหลังโจทก์ได้มีการรวมสำนวนฟ้อง 4 รายเป็น 1 คดี ขณะเดียวกัน มี 2 คดีที่ชาวเลราไวย์แพ้คดี และศาลได้มีคำสั่งให้ออกจากพื้นที่ ซึ่งล่าสุดยังอยู่ระหว่างการบังคับคดี โดยศาลได้นัดจำเลยซึ่งเป็นชาวเลเข้ารายงานตัวในช่วงบ่ายวันนี้ ดังนั้น จึงเหลือคดีแพ่งอีกเพียง 3 คดี ที่ยังไม่ตัดสิน โดยศาลฯนัดสืบพยานอีกครั้ง ในวันที่ 18 กรกฏาคมนี้อีก 1 คดี เหลืออีก 2 คดีที่ยังต้องรอ และในส่วนของคดีอาญา 2 คดี นั้นศาลยกฟ้องทั้งหมด รวมรายนายวรณัณที่ศาลได้ตัดสินวันนี้

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของปัญหาพิพาทและคดีความระหว่างชาวเลราไวย์กับบริษัท บารอน เวิล์ด เทรด จำกัด ซึ่งชาวเลยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหาย และขอคุ้มครอง รวมถึงคดีที่ทางบริษัท บารอนฯ มีการฟ้องกลับชาวเลราไวย์ พร้อมเรียกค่าเสียหาย 31 ล้านบาทนั้น ศาลจังหวัดภูเก็ตได้นัด พิจารณาในเดือนสิงหาคมนี้

