เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าเหตุชุดปฏิบัติการพิเศษร่วม จ.ปัตตานี เข้าพิสูจน์ทราบพื้นที่ตามข้อมูลชาวบ้านแจ้งพบเห็นความผิดสังเกตของกลุ่มคนผูกเปลหลบพักอยู่บริเวณด้านหลังของมัสยิด เกิดการปะทะคนร้ายเสียชีวิต 1 ศพ หลบหนีไปได้ 2 คน บริเวณมัสยิดบ้านกาฮง หมู่ที่ 5 ต.ปะกาฮะรัง อ.เมืองปัตตานี เมื่อ 12 ก.ค.ที่ผ่านมานั้น
ความคืบหน้าล่าสุดที่ห้องปฏิบัติการข่าว หน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารพรานที่ 43 ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี พล.ต.จตุพร กลัมพสุต ผบ.ฉก.ปัตตานี พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จ.ปัตตานี พ.อ.หาญพล เพชรม่วง ผบ.ฉก.ทพ.43 / หน.ชุดปฏิบัติการพิเศษร่วม จ.ปัตตานี พร้อมหัวหน้าชุดปฏิบัติการร่วม 3 ฝ่าย ได้ประชุมและประเมินผลการปฏิบัติการติดตามความคืบหน้าเกี่ยวกับคดี โดยเฉพาะการขยายผลจากหลักฐานที่เกิดเหตุนั้น แนวทางการสืบสวนสอบสวนเน้นติดตามหาเบาะแส 2 คนรายที่หลบหนี

จากหลักพยานหลักฐานขั้นต้นยืนยันว่าเป็นกลุ่มคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุระเบิดห้างบิ๊กซี เมื่อ 9 พ.ค.2560 เหตุครั้งนั้นมีผู้บาดเจ็บมากกว่า 56 ราย
พล.ต.จตุพร กล่าวว่า คดีมีความคืบหน้ามาก โดยเฉพาะหลักฐานเกี่ยวโยงกับเหตุการณ์อื่นๆ ด้วย ล่าสุด พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จว.ปัตตานี ได้นำหลักฐานการตรวจพิสูจน์พบเบาะแสเรื่องรถจักรยานยนต์ที่ยึดจากจุดเหตุปะทะ พบความเป็นไปได้ว่าเป็นรถจักรยานยนต์ที่คนร้ายใช้เป็นยานพาหนะขับมารับคนร้ายที่ขับรถกระบะคาร์บอมบ์ระเบิดห้างบิ๊กซี ต้องขอบคุณประชาชนที่ช่วยแจ้งเบาะแสนำมาสู่การเข้าตรวจพิสูจน์ทราบของฝ่ายเจ้าหน้าที่ พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิชน์ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้เน้นย้ำขอความร่วมมือสนธิกำลังทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง รวมถึงกำลังภาคประชาชนมีส่วนร่วมเฝ้าระวังเหตุ เน้นพื้นที่เขตชุมชน ย่านเศรษฐกิจเป็นหลัก

