หน้าแรก ภูมิภาค ชาวยโสธรร้องพ...

ชาวยโสธรร้องพมจ. ช่วยเหลือ หลังไม่ได้รับเงินจากกองทุนวันละบาท

14.07.17 | 13:22 น.

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 14 กรกฎาคม ที่หน้าศาลากลางหลังเก่า จ.ยโสธร นางเพ็ญศรี แสนสุข อายุ 47 ปี อาชีพชาวนา พร้อมชาวบ้านรวม 23 ราย เดินทางมายื่นหนังสื่อร้องทุกข์จากกรณีไม่ได้รับเงินกองทุนสวัสดิการชุมชน ต.ค้อเหนือ (กองทุนวันละบาท) จากการเสียชีวิต เป็นเงินทั้งสิ้น 436,000 บาทโดยมีนายอนุศาสน์ พลายวิเคาะห์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.ยโสธร(พมจ.) รับเรืองร้องทุกข์

นางเพ็ญศรี กล่าวว่าตนและชาวบ้านรวม 23 ราย ได้รับความเดือนร้อนจากกองทุนวันละบาท โดยตนทำเรื่องขอรับเงินของพ่อที่เสียชีวิตไปตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.2559 ซึ่งจะได้สิทธิ์รับเงินจำนวน 20,000 บาท จนถึงวันนี้ตนยังไม่ได้รับเงินจากกองทุนสวัสดิการกรณีเสียชีวิต เมื่อสอบถามไปยังเจ้าหน้าที่ อบต.ผู้ที่รับผิดชอบโครงการเกี่ยวกับกองทุนสวัสดิการ ทางเจ้าหน้าที่ชี้แจงว่ายังไม่มีเงินจ่ายโดยไม่ได้ชี้แจงเหตุผลหรือหนังสืออย่างเป็นทางการให้ทราบ ซึ่งทั้ง 23 ราย ยังไม่ได้รับเงินเป็นจำนวน 436,000 บาท

นางเพ็ญศรี กล่าวต่อว่าจากเงินกองทุนวันละบาทนั้นทางสมาชิกจะแบ่งจ่ายได้สองวิธีคือ จ่ายแบบ 6 เดือนครั้งและจ่ายแบบ 12 เดือนครั้ง ซึ่งชาวบ้านทั้ง 23 รายที่เดินทางมาวันนี้มีสิทธิ์รับเงินต่างกันโดยเริ่มตั้งแต่ 5,500-20,000

นายอนุศาสน์ กล่าวว่าทางคณะกรรมการระดับจังหวัดเคยลงไปติดตามกองทุน ปรากฎว่าทางจังหวัดให้ข้อเสนอแนะทางกองทุนไปว่ากองทุนดังกล่าวมีความเสี่ยงสูงเพราะสมาชิก 1 คน จ่ายเงินแค่ 365 บาทต่อปี แต่เวลาเสียชีวิตกลับมีการจ่ายเงินตอบแทนสูงมากจาก 5,500 – 35,000 บาท จึงทำให้เป็นยอดที่ต้องขาดทุน แต่ทางกองทุนตอบว่าไม่สามารถปรับข้อบัญญัติได้เนื่องจากกลัวชาวบ้านลาออก นอกจากนี้ทุกกองทุนต้องมีการจัดตั้งเป็นกองทุนสามขา โดยขาแรกได้รับการสนับสนุนจากท้องถิ่น ขาที่สองจากจังหวัด และขาที่สามจากสมาชิก แต่ทางกองทุนของ อบต.ดังกล่าวมีแค่สองขา คือสนับสนุนจากท้องถิ่น และขาที่สองจากสมาชิก โดยไม่ขอรับเงินเงินจังหวัดช่วยเหลือ เบื้องต้นหลังจากที่ตนรับคำร้องจากชาวบ้านแล้วจะมีคำสั่งให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าว

Advertisement

ขณะที่นายดำรงศักดิ์ เทพวาที นายกองค์การบริหารส่วนตำบลค้อเหนือ กล่าวว่ากองทุนวันละบาท เริ่มตนจากมาตั้งแต่ปี 2543 เป็นสวัสดิการชุมชนเพื่อจัดตั้งกองทุนวันละบาท วัตถุประสงค์ของกองทุนจะต้องเป็นกองทุนสามขา ขาแรกได้รับการสนับสนุนจากท้องถิ่น ขาที่สองจากจังหวัด และขาที่สามจากสมาชิก ช่วงการจัดทำกองทุนแรกๆมีสมาชิกประมาณ 1000 คน ซึ่งเงินในกองทุนไม่พอกับรายจ่ายที่เสียชีวิตไปหรือขาดสภาพคล่อง ขณะเดียวกันสมาชิกตอนนี้มีทั้งหมด 1000 กว่าคน ทั้งหมดเก็บได้ประมาณ 3 แสนกว่าบาทต่อปี อย่างไรก็ตามภายในปี 2560 มีคนเสียชีวิต 24 ราย ที่รอการจ่ายเงินตรงนี้ให้อยู่ซึ่งตนจะเรียกประชุมคณะกรรมการกองทุนเพื่อจะหาแนวทางให้กองทุนเดินไปได้