เมื่อเวลา 13.20 น. วันที่ 14 กรกฎาคม ร.ต.อ.ปรินทร ใหญ่จันทึก รอง สว.(สอบสวน) สภ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ได้รับแจ้งจากผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านว่า มีคนผูกคอตาย จึงเดินทางไปตรวจสอบที่บ้านที่เกิดเหตุพร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพตะเคียนจำนวนหนึ่ง
จากการสอบสวนเบื้องต้น นางสงัด มนขุนทด อายุ 60 ปี (บุตรสาวคนที่ 4) เล่าว่าตนมาเยี่ยมคนป่วยข้างๆ บ้านบิดาจากนั้นได้ยินเสียง หลานสาว “น้องอาย” ร้องเสียงดังและวิ่งหนีหายไปจึงวิ่งมาดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับหลานสาว จึงพบร่างของบิดา นายบุ่น มุงขุนทด อายุ 94 ปี ใช้เชือกไนล่อนที่เคยใช้ผูกเป็นราวตากผ้ามาผูกคอตนเองที่เสาหน้าบ้านจึงได้แจ้งผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านว่าบิดาผูกคอเสียชีวิต
เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงสุขภาพของพ่อเฒ่าคนดังกล่าว นางสงัดฯ เล่าว่า บิดาอาศัยอยู่กับนางมันทนา มูกขุนทด (น้องสาวอีกคน) บิดามีสุขภาพแข็งแรงดี เดินได้แต่ใช้เครื่องวอล์คเกอร์สี่ขาสำหรับคนพิการหรือผู้สูงอายุช่วยในการเดิน กินข้าวกินอะไรได้ปกติดี ตั้งแต่ที่บิดาไปตรวจสุขภาพที่รพ.แห่งหนึ่งใน จ.นครราชสีมา พบเนื้องอกในสมอง แต่มิได้ทำการรักษาใดๆ เนื่องจากบิดาอายุมากแล้วไม่อยากให้บิดารู้สึกเจ็บปวดจึงไม่ได้ทำการรักษา
หลังจากนั้นบิดาก็บ่นเป็นประจำว่าอายุมากแล้ว ไปไหนมาไหนไม่ค่อยสะดวก ไม่อยากอยู่เป็นภาระของลูกหลาน และช่วงหลังๆ บิดาพยายามจะฆ่าตัวตายด้วยวิธีการผูกคออยู่หลายครั้ง แต่ก็มีลูกๆ หลานๆ เข้ามาช่วยกันห้ามมิให้ผูกคอทุกครั้ง จากนั้นลูกๆ หลานๆ จึงจัดเวรเฝ้าระวังมาโดยตลอด
แต่ครั้งนี้ หลานสะใภ้เผลอหลับและตนไปเยี่ยมคนป่วยข้างบ้านก็คิดว่าคงไม่มีอะไรเกิดขึ้นแน่ อยู่ๆ ได้ยินเสียงหลานสาว “น้องอาย”ร้องเสียงดังจึงวิ่งมาดู พบบิดานั่งผูกคอเสียชีวิตในท่านั่งชันเข่า ที่เสาหน้าบ้าน จึงช่วยกันกับหลานสะใภ้ ตัดเชือกที่ผูกแล้วนำร่างของบิดามานอนที่เก้าอี้หวายหน้าบ้านเพื่อรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบอย่างไรก็ตาม ญาติไม่ติดใจสงสัยสาเหตุการตาย จึงมอบศพให้ญาตินำไปจัดการตามประเพณีต่อไป

