หน้าแรก ภูมิภาค ชาวบ้านทวงสัญ...

ชาวบ้านทวงสัญญาไล่ผอ.ร.ร.พร้อมยื่นหลักฐานทุจริตเงินอาหารกลางวันนักเรียน-ข่มขู่ทำร้ายร่างกายเด็ก

14.07.17 | 22:18 น.

เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 14 กรกฎาคม นายแสวง อารีเอื้อ อายุ 61 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 1 ต.พระเจ้า อ.เชียงขวัญ จ.ร้อยเอ็ด, นายเชิดศักดิ์ แสวงสวัสดิ์ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ม.4 ,นายนายประเทือง พันธไชย อายุ 59 ปี ,นางพิมพา อารีเอื้อ อายุ 60 ปี และ ผู้แทนชาวบ้านรวมจำนวน 38 คนรวมตัวกันเดินทางไปที่ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด

เเละเข้าพบ นายเฉลิมพล มั่งคั่ง รอง ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด และ นายประเสริฐ วรสาร รอง ผอ.และนิติกร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 1 ที่ห้องประชุมชั้น 4 ของศาลากลาง จ.ร้อยเอ็ด เพื่อทวงสัญญาจากการที่เมื่อกว่า 1 เดือนที่ผ่านมา ได้เดินขบวนมา 2 ครั้ง โดยยื่นร้องทั้งยื่นต่อสำนักงานเขตพื้นที่การประถมศึกษาร้อยเอ็ดเขต 1 และศูนย์ดำรงธรรมร้อยเอ็ด

เพื่อขับไล่ขอให้ย้าย นางสุดสงวน ผอ.โรงเรียนบ้านหวายหลึม ที่ย้ายมาใหม่ไม่นาน มีการกระทำตัว ที่ไม่เหมาะสม ใช้วาจาไม่สุภาพ ข่มขู่ ปรามาส ไม่ให้เกียรติแกนนำชุมน ผู้ปกครองนักเรียน ด้วยวุฒิภาวะที่ไม่เหมาะสม สร้างความแตกแยกให้ข้าราชการครูในโรงเรียน สร้างความแตกแยกให้กับชุมชน และเข้าไปแสวงประโยชน์ ในวัด แบบขาดจิตสำนึกของการเป็นต้นแบบที่ดี และเมื่อมีการเสนอปัญหาไปยังคณะกรรมการศึกษาที่ผ่านการแต่งตั้งจาก 4 หมู่บ้านเขตบริการการศึกษา เพื่อให้ตักเตือนแก้ปัญหา กลับใช้อำนาจยุบกรรมการสถานศึกษา ที่ยังไม่ครบวาระ 4 ปี ออกแล้วตั้งใหม่ ไม่เป็นไปตามระเบียบ

โดยแกนนำ กล่าวว่า หลังจากการร้องเรียน ทาง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 1 รับว่าจะเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง ด้วยการตั้งกรรมการขึ้นมาสอบสวนความผิด และจะให้คำตอบภายใน 30 วัน แต่ปรากฏว่าเรื่องกลับเงียบไป ในขณะที่ ผอ.คนเดิมกลับร้าวร้าวยิ่งกว่าเดิม แถมยังใช้วาจาถากถางแกนนำชาวบ้าน ว่าไม่มีใครสามารถทำอะไรได้ เพราะมีเส้นสายและผู้ใหญ่ ให้ความช่วยเหลือ จนปัจจุบัน ยังไม่มีใครสามรถย้ายตน ที่เป็นผู้บริหารสถานศึกษา ออกนอกพื้นที่ หากไม่ใช่ตนเองสมัครใจที่จะย้ายออกไปเอง จึงมาเรียกร้องหาคำตอบและผลการสอบสวนความผิดของ ผอ.รายดังกล่าว เพื่อต้องการให้สั่งย้ายออกจากโรงเรียน เพื่อแก้ปัญหา

ในขณะ นายเชิดศักดิ์ แสวงสวัสดิ์ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ที่มาวันนี้นอกจากตามเรื่องเดิมแล้ว ยังมายื่นหลักฐานความผิดของผอ.คนนี้ เพิ่มเติม 2 ประเด็น คือ มีหลักฐานการทุจริต เงินโครงการอาหารกลางวันนักเรียนในโรงเรียน 78 คน โดยจ่ายเงิน ว่าจ้างผู้ทำอาหารกลางวันนักเรียนนักเรียน โดยจ่ายอาหารรายหัวทั้งหมด เพียงวันละ 1400 บาท/วัน แต่ปรากฏว่าเมืองทำเรื่องเบิกเงิน ที่ส่งมาให้ตนเองเซ็นกลับแจ้งวว่าเป็นการเบิกค่าอาหารจาก อบต. 1,560 บาท ซึ่งตนมีหลักฐานที่นำมายื่นประกอบการสอบสวนความผิดเพื่อลงโทษด้วย ที่รับการสนับสนุนจาก อบต.

Advertisement

และ 2 ผอ.รายนี้ ยังทำร้ายเด็กนักเรียนหญิงรายหนึ่งในโรงเรียน ด้วยการบิดเนื้อนักเรียนหญิงคนหนึ่งจนเขียวช้ำ และข่มขู่ว่าต้นเหตุเพราะผู้ปกครอง ร่วมเดินขบวนขับไล่ตน และนอกจากจะแกล้งบิดจนเนื้อเขียวช้ำ แล้วเด็กนักเรียนยังบอกว่าผอ.มักจะกลั่นแกล้งตนเองต่างๆนาๆ ด้วยเหตุที่ผู้ปกครองเป็นแกนนำในการร้องเรียนให้ตรวจสอบความผิดและขับไล่ตนเอง

หลังเกิดเหตุทำร้ายร่างกาย เมื่อวันที่ 20 มิ.ย.ปรากฏว่านร.คนดังกล่าว ไม่ยอมไปโรงเรียนจนผู้ปกครองสงสัยและคาดคั้นจนทราบเหตุว่าโดน ผอ.กลั่นแกล้ง จึงพาไปตรวจร่องรอยเขียวช้ำจากการถูกกระทำ แล้วนำบันทึกจากรพ.เชียงขวัญ เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.มังกร สวัสดิ์อ้น สารวัตร(สอบสวน) พนักงานสอบสวน สภ.เชียงขวัญ เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อเอาผิดกับผอ.คนนี้ด้วย และต้องการให้ผู้เกี่ยวข้องสอบสวนการกระทำความผิดของผอ.คนนี้เพิ่มเติม เพื่อสั่งให้ย้ายออกไป เพราะชาวบ้านทั้ง 4 หมู่บ้าน ไม่ต้องการให้ทำหน้าที่ ผอ.โรงเรียนนี้อีกต่อไป.

หลังจาก นายเฉลิมพล มั่งคั่ง รอง ผวจ.ร้อยเอ็ดทราบรายละเอียด สั่งให้นายประเสริฐ วรสาร รอง ผอ.สพป.ร้อยเอ็ด เขต 1 คณะรายงานความคืบหน้าของการสอบสวนข้อเท็จจริง ให้ทราบต่อหน้าผู้ชุมนุมขับไล่ โดยได้รับการ ชี้แจงกับชาวบ้าน ว่า สาเหตุที่เกินเวลาแจ้งผลการพิจารณาย้ายผู้บริหารสถานศึกษา ดังกล่าวผ่านการสอบสวนข้อเท็จจริงฝ่ายผอ.แล้ว ซึ่งยังไม่ได้สรุปและลงมติ และเหตุที่ล่าช้า เนื่องจากเพราะอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน ที่เจ้าหน้าที่จาก สพป.ร้อยเอ็ด เขต 1 ที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวน และนิติกรก็ย้าย ข้ามไปอยู่สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดร้อยเอ็ด ตามคำสั่ง คสช. จึงยังไม่ได้ข้อสรุป

ขณะที่นายเฉลิมพล มั่งคั่ง รอง ผวจ.ร้อยเอ็ด ได้สั่งการว่า ให้ฝ่ายสอบสวนความผิด เร่งสรุปสำนวนการสอบสวนและรายงานให้ทราบ พร้อมดกันนั้น ให้เพิ่มการสอบสวน ใน 2 ประเด็นที่ชาวบ้าร้องเพิ่มเติม คือทำร้ายร่างกายเด็กนักเรียน ที่ผู้ปกครองนักเรียนมีการแจ้งความไว้ และสอบสวนการทุจริตเบิกจ่ายเงินโครงการอาหารกลางวันนักเรียน ที่ร้องเรียนเพิ่มเติมเข้าไปด้วย โดยอนุญาตให้ขยายเวลาการสอบสวนออกไปอีก 30 วัน แล้วแจ้งผลให้ทราบ

และกล่าวว่า ถ้าหากเวลาที่ ตนให้ สพป.ร้อยเอ็ด เขต 1 ขยายต่อไปอีก 30 วัน แล้วยังไม่จบ และไม่สามารถแจ้งผลให้ตนทราบ ตนก็จะเสนอผู้ว่าราชการจังหวัด สั่งการในฐานะประธานคณะกรรมการการศึกษาระดับจังหวัด โดยใช้อำนาจของ โดยใช้วิธีการสืบสวนตามแบบของการปกครอง มอบอำนาจให้ตนเองใช้อำนาจเข้าสอบสวนข้อเท็จจริง เพื่อดำเนินการลงโทษตวามความผิด หรือแม้แต่สั่งย้ายออกไปให้ตรงกับความต้องการของชาวบ้าน หากว่ามีความผิดจริงต่อไป.และพร้อมกันนั้นจะแจ้งผลให้ชาวบ้านทราบทันทีต่อไป
ชาวบ้านจึงสลายตัวกลับไปโดยสงบ.เมื่อเวลา 13.30 น