เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านของพ่อของบังฟัต ทราบชื่อว่า นายด้าเหร่ บ้านนพ อายุประมาณ 72 ปี อยู่ในพื้นที่หมู่ 1 บ้านเขางาม ห่างจากบ้านของนายจรีย์ บุตรเติบ พ่อตาของนายวรยุทธ ประมาณ 1 กิโลเมตร พบเป็นบ้านชั้นเดียว เปิดเป็นร้านขายของชำ ซึ่งตอนนี้บ้านหลังดังกล่าวได้ปิดประตูอย่างมิดชิด ไม่มีใครอาศัยอยู่ในบ้านเลย
ด้านนายจรีย์ บุตรเติบ พ่อตาของนายวรยุทธ ได้เปิดเผยถึงสาเหตุที่ ด.ช.ยุทธศิลย์ สังหลัง อายุเพียง 3 เดือนที่รอดชีวิตว่า นางอัญชลี บุตรเติบ ที่อยู่ในบ้านด้วยและรอดชีวิต เล่าให้ฟังว่า จริงๆ แล้ว ด.ช.ยุทธศิลย์ ลูกของผู้ใหญ่ กลุ่มคนร้ายต้องการที่จะฆ่าให้ตายเช่นเดียวกัน แต่ไม่ใช้วิธีการยิง แต่ใช้วิธีการเอาผ้าห่ม 2-3 ผืนปิดทับ เพื่อต้องการให้เด็กขาดอากาศหายใจและเสียชีวิตไปเอง จิตใจมันโหดร้ายผิดมนุษย์ เดิมทีมีการพูดกันว่าแม่ของเด็ก ซึ่งเป็นภรรยาของผู้ใหญ่ นำเด็กไปซ่อน มันไม่ใช่
นายจรีย์กล่าวอีกว่า เดิมทีตนได้นำที่ดินจำนวน 2 แปลงไปขายฝากไว้กับบังฟัต แต่บังฟัตไปอาศัยแหล่งเงินทุนจากนายทุนรายหนึ่ง ซึ่งนายทุนรายนี้จะมอบอำนาจให้บังฟัตเป็นผู้ดำเนินการทุกอย่าง จำนวนเงินที่กู้ 750,000 บาท ได้ทำสัญญาขายฝาก ระหว่างตนกับบังฟัต ต่อมาตนก็ได้นำเงินไปผ่อนทุกเดือน บางเดือนที่ไม่เจอตัวบังฟัตก็ได้ฝากเงินไว้กับญาติๆ ของบังฟัต เพราะเชื่อใจกัน ผ่อนจนครบทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย แต่ต่อมามีเจ้าหน้าที่ธนาคารมาถ่ายรูปบ้านของตนและบ้านของผู้ใหญ่วรยุทธ จึงทราบว่าบังฟัตได้เอาที่ดินไปจำนองต่อกับทางธนาคาร และเงินที่ตนเองผ่อนส่ง บังฟัตก็เอาหมด
นายจรีย์กล่าวเพิ่มว่า ในพื้นที่หมู่ 1 จะมีผู้ตกเป็นของบังฟัตอยู่หลายราย ที่ทราบคือ นางร่อม่า ฝามะ นางละมัย สมัครก้อง นางอาส้า บุตรเติบ และตน ทุกคนตกระกำลำบากอยู่ในสภาพเดียวกันกับตน ถึงตอนนี้ยังไม่รู้ชะตากรรมของตนเองและครอบครัว เพราะที่ดินทั้ง 2 แปลง เป็นที่อยู่อาศัย ถ้าหากถูกธนาคารยึดก็ต้องหอบทั้งเมียและหลานๆ ไปอาศัยอยู่ที่อื่น

