เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 18 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายขัตติยา ชัยมณี ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดบึงกาฬ ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองบึงกาฬ และทหารรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดบึงกาฬ พาสื่อมวลชนลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีชาวบ้านพบวัตถุโบราณจำนวนมากในทุ่งนาบ้านห้วยสามยอดเทวกุล หมู่ 6 ต.โป่งเปือย อ.เมือง จ.บึงกาฬ ในจุดที่พบวัตถุโบราณครั้งนี้อยู่ห่างจากหมู่บ้านห้วยสามยอดเทวกุลประมาณ 2.6 เมตรไปทางทิศใต้เส้นทางบ้านห้วยสามยอด-บ้านหนองตะไก้ แล้วเดินแยกไปตามถนนลงทุ่งนาอีกประมาณ 200 เมตรก็จะถึงจุดที่พบวัตถุโบราณ โดยมีนายสุบรร กมลภา อายุ 70 ปี เจ้าของที่นา
จุดแรกที่พบอยู่มุมคันนาพบไหดินเผาสูงประมาณ 70 เซนติเมตร กว้าง 67 เซนติเมตร และไหเล็กๆ สูง 30 เซนติเมตร กว้าง 32 เซนติเมตร อีกจำนวน 6 ใบโผล่ออกมาให้เห็นสภาพอยู่ข้างคันนา และในไหใบใหญ่นี้พบมีด 1 เล่มวางอยู่ใต้ก้นไห น้ำหนักประมาณ 110 กรัม สภาพผุกร่อนสนิมจับเกรอะ ห่างออกไป 50 เมตร พบไหใบใหญ่อยู่กลางคันนาสูงประมาณ 65 เซนติเมตร กว้าง 58 เซนติเมตร ด้านในพบกำไลหยกขาวใส 6 เหลี่ยม 1 วงสภาพสมบูรณ์กำไลสัมฤทธิ์สีเขียวลวดลายสวยงาม 2 วง สภาพแตกบิ่น เส้นผ่าศูนย์กลาง 6 เซนติเมตรเท่ากัน และมีไหใบรองลงมาอีก 3 ใบฝังอยู่ในคันนาติดกัน นอกจากนี้ยังพบลูกปัดเล็กๆ สีน้ำตาลและสีต่างๆ อีกจำนวนมาก มีมีด 2 เล่มและอีกชิ้นน่าจะเป็นปิ่นปักผม 1 อัน และมีกระดูกจำนวนหนึ่ง ส่วนสภาพไหด้านนอกมีลวดลายคล้ายหนังไก่ บางลายก็เป็นเส้นนูนทางยาวสีน้ำตาลอ่อน ส่วนด้านในไหเป็นสีดำ หนาประมาณ 1 เซนติเมตร

นายถาวร สังขะมาน ปลัดอาวุโส อ.เมืองบึงกาฬ กล่าวว่า วันนี้ทางเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายได้ร่วมกันเข้ามาดูวัตถุโบราณแล้ว ซึ่งจากที่ดูแล้วก็ไม่รู้ว่าเป็นรุ่นไหน สมัยไหน ซึ่งเจ้าของที่นาก็ได้นำส่วนหนึ่งมาเก็บไว้ที่บ้าน อีกที่เหลือก็ยังอยู่ที่ทุ่งนา ซึ่งทางอำเภอเมืองได้ให้สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดประสานไปยังหน่วยศิลปากรที่ 8 กรมศิลปากร ให้มาตรวจสอบแล้วซึ่งก็ต้องรอเวลาอีกสักระยะหนึ่ง ก็จะได้ความชัดเจนอีกที โดยในเบื้องต้นได้สั่งการให้กำนันผู้ใหญ่บ้าน ให้สร้างความเข้าใจกับประชาชนป้องกันการถูกหลอกลวง เพราะอาจมีกลุ่มมิจฉาชีพใช้โอกาสนี้มาหลอกลวงประชาชนได้ และจะให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าไปติดป้ายหวงห้ามไม่ให้ประชาชนเข้าไปขุดค้นหรือนำวัตถุโบราณออกมาจะถือว่าผิดกฏหมาย
นายขัตติยา ชัยมณี ผอ.กลุ่มส่งเสริมศาสนา กล่าวว่า ทางสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดบึงกาฬ ในฐานะที่รับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรงก็ได้ประสานไปยังศิลปกรที่ 8 ขอนแก่นให้ส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบ และจากนี้จะได้ทำความเข้าใจกับชาวบ้านในเรื่องขุดค้นวัตถุโบราณ ให้พี่น้องช่วยกันรักษาไว้อย่าให้ใครมาหลอกซื้อ หรือขายจากพวกเราไป เพราะเป็นสมบัติที่มีคุณค่าของชาวบ้านเรา ซึ่งคาดว่าอายุจะเท่ากับไหดินบ้านเชียง ที่ จ.อุดรธานี และในอนาคตอาจจะได้พัฒนาตรงนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ต่อไป

