ชาวบ้านผวาพบซากจระเข้น้ำเค็ม ขนาดใหญ่ลอยในลำคลองปกาสัย อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ เพศเมีย ยาวร่วม 3 เมตร น้ำหนักเกือบ 200 กก. คาดตายมาแล้ว 2-3 วัน ยังไม่ทราบสาเหตุ เจ้าหน้าที่ประมงนำส่งศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลอันดามัน
เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 19 กรกฎาคม นายศักดิ์ดา สุขเกษม หัวหน้ากลุ่มบริหารจัดการประมง สำนักงานประมงจังหวัดกระบี่ นายกานรัฐ เรืองโฉม ประมงอำเภอเหนือคลอง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบซากจระเข้ขนาดใหญ่ ที่บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 36 หมู่ 2 ต.ปกาสัย อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ หลังรับแจ้งจากนายสมศักดิ์ นบนอบ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2 ต.ปกาสัย ว่า ชาวบ้านพบจระเข้ดังกล่าวที่คลองปกาสัยและนำมาขึ้นมาไว้ที่บ้านเลขที่ดังกล่าว จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าเป็นจระเข้น้ำเค็ม สีดำ มีชาวบ้านยืนมุงดูเป็นจำนวนมาก เพราะไม่เคยพบเห็นมาก่อน วัดความยาวจากหัวจรดหาง 2.78 เมตร น้ำหนัก ประมาณ 190 กิโลกรัม ที่บริเวณส่วนหัวและลำตัวมีรอยถลอกและเริ่มเน่าเปื่อย และเกล็ดหลุดออกบางส่วน เริ่มส่งกลิ่นเหม็น คาดว่าตายมาแล้วประมาณ 2-3 วัน
นายสัมฤทธิ์ สองแก้ว อายุ 84 ปี ชาวบ้านในพื้นที่เล่าว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาไปพบจระเข้ตัวดังกล่าวในลำคลองปกาสัย ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 3 กม. โดยได้ลากขึ้นมาบนฝั่งและบรรทุกรถกระบะมาที่บ้านหลังดังกล่าว จากนั้นแจ้งให้ผู้ใหญ่บ้านทราบ เพื่อแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ ทั้งนี้เมื่อประมาณ 20 ปีที่ผ่านมาเคยพบจระเข้ที่คลองปกาสัย 2-3 ตัว แต่มีชาวประมงจากต่างถิ่นเข้ามาจับด้วยการยิง หลังจากนั้นก็ไม่พบอีกเลย ขณะที่ชาวบ้านเริ่มหวาดผวา ไม่กล้าลงไปหาปลาในลำคลอง เนื่องจากไม่แน่ใจว่าจะมีจระเข้ตัวผู้ คู่ของมันอีกหรือไม่ จึงอยากให้เจ้าหน้าที่สำรวจ
ขณะที่นายสมศักดิ์ นบนอบ ผญบ.เปิดเผยว่า จากการสำรวจในพื้นที่ไม่พบว่ามีใครเลี้ยงจระเข้ เบื้องต้นคาดว่าน่าจะเป็นจระเข้ที่มีตามธรรมชาติ เพราะที่มีการเลี้ยงจะเป็นจระเข้น้ำจืด
ด้านนายศักดิ์ดากล่า วว่า จากการตรวจสอบ เบื้องต้นพบว่าจระเข้ตัวดังกล่าวน่าจะอายุประมาณ 20 ปี เป็นจระเข้น้ำเค็ม ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยพบตามธรรมชาติ แต่อย่างไรก็ตามหลังจากนี้จะนำซากไปให้เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งภูเก็ตตรวจพิสูจน์เพื่อหาสาเหตุการตายต่อไป



