เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดกร่าง ต.บางกระบือ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี นายสมชาย เมธวัฒน์ธรากุล รองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง เป็นประธานการประชุมร่วมระหว่างหน่วยงาน ในการกำจัดผักตบชวากับ จ.ปทุมธานี และพระนครศรีอยุธยา เพื่อการบูรณาการเตรียมการตั้งสถานี “กำจัดผักตบชวา” แบบถาวร โดยมีนายชาญ พวงเพ็ชร์ นายก อบจ.ปทุมธานี นายสาคร อำภิน รอง นายก อบจ.ปทุมธานี ผู้บริหารท้องถิ่นในพื้นที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม เมื่อวันที่ 18 ก.ค.ที่ผ่านมา

นายสมชายเปิดเผยว่า อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง ได้รับมอบหมายจากกระทรวงมหาดไทย ให้กรมโยธาธิการและผังเมือง ดำเนินการกำจัดผักตบชวาในรูปแบบ “ประชารัฐ” โดยเร่งดำเนินการกำจัดผักตบชวาตามมาตรการปราบปราม หรือเก็บใหญ่ ในช่วงระยะเวลา 6 เดือน (ต.ค. 59 – มี.ค. 60) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำของแม่น้ำ และลดปัญหาการเกิดอุทกภัยในช่วงฤดูฝน จากการสำรวจผักตบชวาทั่วประเทศพบว่าผักตบชวาที่เป็นปัญหาต่อการระบายน้ำมีปริมาณ 6,205,355 ตัน กรมโยธาธิการและผังเมืองเร่งดำเนินการกำจัดผักตบชวาตามมาตรการปราบปรามหรือเก็บใหญ่ได้ปริมาณทั้งสิ้น 8,181,742 ตัน (ณ วันที่ 31 มีนาคม) นอกจากนี้ยังดำเนินการจัดเก็บอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผักตบชวามีวงรอบของการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ภายในระยะเวลา 15-20 วัน สามารถเติบโตเพิ่มเป็น 2 เท่า จึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีมาตรการในการป้องกัน อย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันมิให้ผักตบชวามีปริมาณสะสมจนเกิดปัญหาได้อีก

นายสมชายกล่าวเพิ่มเติมว่า การใช้ทุ่นลอยน้ำเป็นอีกหนึ่งวิธีในการดักเก็บผักตบชวาไม่ให้ไหลกระจายเป็นวงกว้าง ที่ผ่านมากรมฯได้จัดตั้งสถานีทุ่นลอยดักเก็บผักตบชวาไปแล้ว 4 จุด คือ จุดที่ 1 แม่น้ำแม่กลอง บริเวณสะพานกอบกุล จุดที่ 2 – 4 แม่น้ำท่าจีน บริเวณวัดบางไผ่นารถ สะพานทรงคะนอง และสะพานวัดเทียนดัด ขณะนี้กรมฯได้ส่งเจ้าหน้าที่สำรวจพื้นที่ที่จะใช้ทุ่นดักเก็บผักตบชวา โดยพิจารณาจากพื้นที่ที่มีจุดทิ้งที่เหมาะสม พบว่าพื้นที่ที่มีศักยภาพ คือบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ระหว่าง อ.สามโคก จ.ปทุมธานี และอ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งได้รับการจัดหาที่ทิ้งผักตบชวาจากนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี พื้นที่กว่า 200 ไร่ พร้อมทั้งน้ำมันเชื้อเพลิงในการใช้รถขนย้ายผักตบชวาการกำจัดผักตบชวานอกจากจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำ ยังช่วยลดปัญหาการเกิดอุทกภัยในช่วงฤดูฝน และยังทำให้ประชาชนที่ใช้การคมนาคมขนส่งทางน้ำมีความสะดวกสบาย มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ลดการตื้นเขินของแหล่งน้ำ อีกทั้งเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือ กับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากที่เกิดจากฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง และจะไหลมารวมกัน บริเวณแม่น้ำเจ้าพระยาในช่วงสัปดาห์นี้ ให้มีการระบายน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ และในวันที่ 27 กรกฎาคม จะมีพิธีเปิดสถานี “กำจัดผักตบชวา” แบบถาวร โดยปลัดกระทรวงมหาดไทยอีกด้วย
นายชาญกล่าวว่า ได้ประสานขอใช้พื้นที่ของบริษัท เบียร์ช้าง และพื้นที่ของ น.ส.สิริมน อู่ทรัพย์ ส.อบจ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นพื้นที่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยาในตำบลเชียงรากน้อย อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเจ้าของพื้นที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีเนื่องจากเป็นเรื่องของส่วนรวมและเป็นนโยบายของรัฐบาล อีกทั้งสถานที่แห่งนี้จะใช้เป็นสถานที่จัดเก็บและทิ้งผักตบชวาไปก่อน โดยจะไม่ไปรบกวนพื้นที่การทำเกษตรของชาวบ้านอย่างแน่นอน ซึ่งจะรีบดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงน้ำหลากส่งผลให้ผักตบชวาจะเยอะมากเป็นพิเศษ

