หน้าแรก ภูมิภาค หลั่งไหลเคารพ...

หลั่งไหลเคารพศพ “หลวงพ่ออั้น” วัดโรงโค เผยประวัติครั้งเป็นตำรวจร่วมปราบเสือร้ายพร้อม “ขุนพันธ์”

20.07.17 | 17:33 น.

ศิษยานุศิษย์แห่เข้าเคารพศพ หลวงพ่ออั้น วัดโรงโค แน่นวัด พร้อมเปิดประวัติตั้งแต่ฆราวาสในสมัยร้อยตำรวจโท ผู้ร่วมปราบเสือร้ายกับ พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์

จังหวัดอุทัยธานี ศิษยานุศิษย์แห่เข้าเคารพศพ หลวงพ่ออั้น วัดโรงโค แน่นวัด พร้อมเปิดประวัติตั้งแต่ฆราวาสในสมัยร้อยตำรวจโท ผู้ร่วมปราบเสือร้ายกับ พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ ไปจนถึงร่ำเรียนหลวงพ่อครูบาศรีวิชัยและพระเกจิดังอีกหลายองค์ จนถูกขนานนามให้เป็น“พระจี้กงแห่งลุ่มน้ำสะแกกรัง”

วันที่ 20 ก.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ ที่วัดธรรมโฆษก (วัดโรงโค) ต.อุทัยใหม่ อ.เมือง จ.อุทัยธานี ภายหลังจากที่ได้มีการเคลื่อนศพพระครูอุทัยธรรมสาร หรือ หลวงพ่ออั้น อภิปาโล เจ้าอาวาสวัดธรรมโฆษก (วัดโรงโค) ต.อุทัยใหม่ อ.เมือง จ.อุทัยธานี อดีตเจ้าคณะตำบลน้ำซึม-ท่าซุง มรณภาพ วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 เมื่อเวลา 04.30 น. สิริอายุ 84 ปี 6 เดือน 62 พรรษา จากโรงพยาบาลอุทัยธานีมาถึงที่บริเวณวัดเพื่อประกอบพิธีทางศาสนา ซึ่งมีคณะพระสงฆ์และศิษยานุศิษย์ที่ทราบข่าวการมรณภาพของ หลวงพ่ออั้น พากันเดินทางมาที่วัดเพื่อรอเคารพศพกันแน่นวัด ซึ่งบางคนถึงกับหลั่งน้ำตาด้วยความอาลัย โดยทางวัดนั้นจะมีพิธีสรงน้ำศพในเวลา 16.00 น. ซึ่งถือเป็นการสูนย์เสียพระเกจิอาจารย์ดังของจังหวัดอุทัยธานี ในเดือนเดียวกันถึง 2 รูปติด

โดยประวัติของหลวงพ่ออั้นนั้น ถือเป็นจุดที่น่าสนใจทั้งในช่วงที่ยังเป็นฆราวาส มาจนถึงในช่วงที่ได้เข้ามาอุปสมบทเป็นพระและกลายเป็นอีกหนึ่งเกจิอาจารย์ดังเเห่งลุ่มน้ำสะแกกรัง ที่ชาวอุทัยธานีต่างให้ความเคารพรักและศรัทธาเป็นอย่างมาก ย้อนหลังกลับไปเมื่อครั้งหลวงพ่ออั้น ยังเป็นฆราวาส เกิดในสกุล โพธิพิทักษ์ เมื่อวันที่ 10 ม.ค. 2476 ณ บ้านดอนฉนวน ต.ท่าฉนวน อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท ครอบครัวประกอบอาชีพทำนา ในช่วงวัยเยาว์ จบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่โรงเรียนท่าเรือนุกูล อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา โดยในช่วงอายุ 11 ขวบนั้น ได้มีโอกาสเดินธุดงควัตร กับหลวงพ่อครูบาศรีวิชัย จากเขาฆ้องชัย อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี จนถึง จ.ลำพูน รวมเวลา 3 เดือนเศษ พร้อมกับทำการศึกษาเล่าเรียนวิทยาคมกับท่านด้วย
จนพ.ศ.2492 พ.ต.ต.ตุ๊ วงศ์อุทัย ซึ่งเป็นลุง ได้พาไปสมัครเป็นตำรวจที่วังปารุสกวัน และเข้ารับราชการได้ 4 ปี จนมีผลงานดีเด่น และได้เลื่อนยศเป็นร้อยตำรวจโท ซึ่งในช่วงที่เข้ารับราชการตำรวจนั้น ได้ใช้เวลาว่างเรียนวิชาโหราศาสตร์ กับหม่อมหลวงขาบ กุญชร และสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (อยู่ ญาโณ ทยมหาเถร) วัดสระเกศ และยังได้เคยร่วมในการปราบปรามเสือร้ายกับ พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช ยอดมือปราบ

Advertisement

ต่อมาได้ลาออกจากราชการตำรวจ ในช่วงอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ และเข้ารับการเกณฑ์ทหาร เป็นทหารเกณฑ์ที่ค่ายจิรประวัติ จ.นครสวรรค์ ระยะเวลา 1 ปีครึ่ง เมื่อปลดเกณฑ์ทหารแล้ว จึงเข้าพิธีอุปสมบทเมื่อวันที่ 10 มิ.ย.2498 ณ พัทธสีมาวัดหัวเมือง อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี โดยมีพระครูอุปการโกวิท (หลวงพ่อแอ๋ว) เป็นพระอุปัชฌาย์, พระสมุห์ออม สุขาโต เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระสมุห์ฟื้น ฐานวุฑโฒ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายา อภิปาโล หมายความว่า ผู้รักษาที่ยิ่งใหญ่ เมื่ออุปสมบทอยู่จำพรรษาที่วัดแจ้ง อ.หนองฉาง ได้มุ่งมั่นศึกษาพระปริยัติธรรม สามารถสอบได้นักธรรมชั้นตรี-โท-เอก ตามลำดับ พ.ศ.2506 ได้รับแต่งตั้งเป็นครูสอนปริยัติธรรม วัดหนองขุนชาติ อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี พ.ศ.2508 ได้ย้ายมาอยู่ที่วัดธรรมโฆษก อ.เมือง จ.อุทัยธานี ได้รับแต่งตั้งเป็นครูสอนพระปริยัติธรรม ประจำสำนักศาสนศึกษาวัดธรรมโฆษก และเป็นกรรมการสอบธรรมสนามหลวง อ.เมืองอุทัยธานี หลวงพ่ออั้น เล็งเห็นว่าการแพทย์พื้นบ้านเป็นระบบแพทย์พื้นฐาน สามารถแก้ปัญหาความเจ็บป่วยตามวิถีชีวิตและความเชื่อตามวัฒนธรรมและระบบนิเวศของแต่ละ ท้องถิ่น ได้มีดำริจัดตั้งศูนย์การแพทย์แผนไทยที่วัดโรงโค หลักสูตรวัดโพธิ์

จนกระทั่ง พ.ศ.2520 พระราชอุทัยกวี (พุฒ สุทัตโต) อดีต เจ้าอาวาสวัดมณีสถิตกปิฏฐาราม (ทุ่งแก้ว) เจ้าคณะจังหวัดอุทัยธานี พระเถราจารย์ผู้เข้มขลังวิทยาคม ศิษย์เอกสายหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า ได้เมตตาถ่ายทอดสรรพวิชา พร้อมกับนำตำราหลวงพ่อเคน วัดดงเศรษฐี, ตำราหลวงพ่อพลอย วัดห้วยขานาง และตำราหลวงพ่อพูน วัดหนองตางู มาถ่ายทอดเพิ่มเติมให้อีกด้วย ทำให้หลวงพ่ออั้นนั้น เป็นศิษย์อาจารย์เดียวกับหลวงปู่ตี๋ ญาณโสภโณ วัดหลวงราชาวาส เกจิดังในอดีต ได้รับกิจนิมนต์ให้เข้าร่วมพิธีพุทธาภิเษกพระเครื่อง วัตถุมงคลในวัดต่างๆ มาโดยตลอด หลวงพ่ออั้นนั้นถือเป็นผู้สำเร็จธาตุกสิณ ดิน น้ำ ลม ไฟ ตำรับหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขาม เฒ่า ซึ่งเป็นพระเถระอาจารย์ผู้บำเพ็ญทานมหาบารมีสืบสานมหาเวทย์ “พิรุณกำบัง” และ “เทพรัญจวน” สายหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่าร่ำเรียนมหาเวทย์พุทธาคมสายหลวงปู่วัดปากคลองมะขามเฒ่า จากท่านเจ้าคุณพุฒ (พระราชอุทัยกวี) จังหวัดอุทัยธานี และร่ำเรียนวิชาอาคมจากครูบาอาจารย์ต่าง ๆ อาทิ ครูบาศรีวิชัย เชียงใหม่ หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ หลวงพ่อจันทารา ชัยนาท หลวงปู่พลอย วัดห้วยขานาง อุทัยธานี ซึ่งเก่งทางเล่นแร่แปรธาตุ และตะกรุดโทนเข้มขลัง หลวงพ่อเคน วัดดงเศรษฐี อุทัยธานี พระเรืองเวทย์ด้านเมตตามหานิยมและวิชาตำรับจักรพรรดิพุทธคุณครบเครื่อง หลวงปู่เคลือบ วัดหนองกระดี่ หลวงพ่อพูน วัดหนองตางู อุทัยธานี พระผู้โด่งดังด้วยการใช้พลังจิตผสานกับสมุนไพรสยบความเจ็บป่วยให้หายได้อย่างอัศจรรย์ และท่านยังเป็นสหธรรมิกร่วมสำนักกับหลวงปู่ตี๋ อดีตเจ้าอาวาสวัดหลวง เจ้าตำรับเสืออาคมสยบลูกปืน อันโด่งดังทั่วประเทศ

ด้านวัตถุมงคลเด่นนั้นคือ “พิรุณกำบัง” ของหลวงพ่อกำลังเป็นที่แสวงหาในหมู่คนรู้จริงเรื่องพุทธคุณ เพราะพุทธคุณแรงมากจนไม่น่าเชื่อว่ายังมีพระเกจิอาจารย์ที่มีพลังจิตกล้าแกร่ง เข้มขลังสามารถประจุพุทธคุณให้ศักดิ์สิทธิ์เสมือนพระเกจิยุคก่อนได้ ซึ่งวัตถุมงคลรุ่นนี้ได้แก่ ตะกรุดสังวาย์พิรุณกำบัง พระกริ่งพิรุณกำบัง ฯลฯ รวมไปถึงวัตถุมงคลของท่านที่จัดสร้างขึ้น ล้วน แต่ได้รับความนิยม เพราะเชื่อกันว่ามีพุทธคุณครบถ้วนทั้งด้านเมตตามหานิยม คงกระพัน และค้าขาย อาทิ ตะกรุดเมตตา, ตะกรุดสาริกา, ตะกรุดสังวาย์พิรุณกำบัง, รูปหล่อลอยองค์รุ่นแรก, ล็อกเกตรุ่นแรก, พระสมเด็จมหาโภคทรัพย์, ตะกรุดพิสมร, พระกริ่งวิรุฬห์จำบัง, พญาครุฑเจ้าทรัพย์, พาลีรั้งทวีป, ถุงยันต์มหาเศรษฐี และเหรียญหล่อหนุมานแผลงฤทธิ์แปดกรนำทัพ เป็นต้น
ด้านลำดับงานปกครองคณะสงฆ์

พ.ศ.2520 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดธรรมโฆษก (โรงโค) และเป็นพระกรรมวาจาจารย์, เป็นเจ้าสำนักศาสนศึกษาวัดธรรมโฆษก และเป็นกรรมการออกตรวจเยี่ยมสนามสอบธรรมสนามหลวง
พ.ศ.2533 เป็นเจ้าคณะตำบลน้ำซึม-ท่าซุง อ.เมือง จ.อุทัยธานี
ลำดับสมณศักดิ์
พ.ศ.2523 เป็นพระใบฎีกา ฐานานุกรมที่พระครูอุทิตธรรมสาร อดีตเจ้าคณะอำเภอเมืองอุทัยธานี
พ.ศ.2524 เป็นฐานานุกรมที่ พระปลัดของพระครูอุทิตธรรมสาร
พ.ศ.2526 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระครูสัญญาบัตร เจ้าอาวาสวัดราษฎร์ ชั้นตรีที่ พระครูอุทัยธรรมสาร
พ.ศ.2531 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร เจ้าอาวาสวัดราษฎร์ ชั้นโท ในราชทินนามเดิม

อีกทั้งหลวงพ่ออั้นนั้นมีความเคร่งครัดในระเบียบวินัยการปกครองวัด โดยพระภิกษุ-สามเณร ทุกรูปต้องศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัยทุกรูป และต้องตั้งอยู่ในสาราณียธรรม 6 ทำวัตรสวดมนต์ทุกเช้า-เย็น เว้นแต่อาพาธ หรือมีเหตุจำเป็น รวมไปถึงให้ความสะดวกในการบำเพ็ญบุญกุศลแก่พุทธศาสนิกชนตามความสามารถ มีการทำอุโบสถ กรรม (สวดปาฏิโมกข์) ตลอดพรรษา ซึ่งถือเป็นพระเกจิอาจารย์ผู้มีความเคร่งครัดในการปฏิบัติศาสนธรรมและเมตตาบารมีธรรมสูง รู้จักในนามของพระเกจิอาจารย์เรืองวิทยาคมแก่กล้า และพลังจิตตานุภาพ สุดยอดพระเกจิพระเถราจารย์ซึ่งชาวอุทัยธานีขนานนามท่าน “พระจี้กงแห่งลุ่มน้ำสะแกกรัง” หรือ “หลวงพ่ออั้นเทวดา” หรือ “เทวดาตาทิพย์” และด้วยความเป็นพระที่มีอารมณ์แจ่มใส ยิ้มแย้ม และพูดจาไพเราะพร้อมอารมณ์ขัน ชาวบ้านเข้าถึงได้ทุกระดับ และมีกิจวัตรความเป็นผู้ดั่งเช่นพระสงฆ์ทั่วไป จึงยิ่งทำให้ชาวบ้านและศิษยานุศิษย์จำนวนมากต่างเคารพรักและศรัทธาในหลวงพ่ออั้นเป็นอย่างมาก