หน้าแรก ภูมิภาค แม่ทัพน้อยที่...

แม่ทัพน้อยที่ 3 เผย10เดือนจับยาบ้าได้150 ล้านเม็ด แฉ300คนไทยหนีกบดานพม่า

21.07.17 | 14:34 น.

วันนี้ (21 ก.ค.) พล.ท.ธนา จารุวัต แม่ทัพน้อยที่ 3 ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดชายแดนภาคเหนือ (ศป.ปส.) พร้อมด้วยคณะนายทหารจากกองกำลังผาเมือง สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ภาค 5 เดินทางไปเชื่อมความสัมพันธ์กับ พ.อ.เอ เมี่ยน อู ผบ.ยุทธศาสตร์ท่าขี้เหล็ก จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ตั้งอยู่ตรงกันข้าม อ.แม่สาย จ.เชียงราย ซึ่งพบว่าทาง พ.อ.เอ เมี่ยน อู พร้อมด้วยนายติน วิน ฉ่วย ผู้ว่าการ จ.ท่าขี้เหล็ก พ.ต.ท.เถ่ง วิน ผกก.ท่าขี้เหล็ก และนายจ่อ หม่อ ทุน หัวหน้าด่านตรวจคนเข้าเมืองท่าขี้เหล็ก ได้นำคณะให้การต้อนรับคณะจากฝั่งไทยเป็นอย่างดี


โดยการเดินทางเยือนฝั่ง จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมาครั้งนี้ทางแม่ทัพน้อยที่ 3 ของไทยยังได้พบปะหารือกับทางการท้องถิ่นของประเทศเมียนมาเกี่ยวกับการปราบปรามยาเสพติดร่วมกันด้วย โดยได้แจ้งให้ฝ่ายท้องถิ่นเมียนมาทราบว่าในปัจจุบันได้มีคนไทยที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดทั้งที่หมายจับและหลบหนีคดียาเสพติดจากฝั่งไทยหรือยังไม่มีหมายจับ หลบหนีเข้าไปอยู่ในฝั่งประเทศเมียนมาเป็นจำนวนมาก ซึ่งในโอกาสนี้ทาง พล.ท.ธนา ได้ยื่นบัญชีรายชื่อพร้อมรายละเอียดของคนไทยที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้กับทาง พ.อ.เอ เมี่ยน อู และคณะเพื่อขอให้ดำเนินการติดตามจับกุมแล้วส่งให้ฝ่ายไทยนำมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปด้วย ซึ่งทางฝ่ายเมียนมาได้รับปากจะดำเนินการให้จากนั้นทั้ง 2 ฝ่ายได้หารือเพื่อจะเปิดยุทธการปราบปรามยาเสพติดร่วมกันทั้ง 2 ฝั่งประเทศในเร็วๆ นี้ต่อไป

พล.ท.ธนา กล่าวว่าในครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ของไทยได้เอารายชื่อพร้อมที่อยู่ผู้ต้องหาจากฝั่งไทยแล้วหลบหนีไปอยู่ในฝั่งประเทศเมียนมาบริเวณ จ.ท่าขี้เหล็ก จ.เมืองสาด ตรงกันข้าม จ.เชียงราย ไปให้ฝ่ายเมียนมาจำนวน 31 คน โดยทั้งหมดเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและหนีหมายจับในคดียาสเพติดจากฝั่งไทยไปอยู่ฝั่งประเทศเพื่อนบ้านมาแล้วหลายปี และจากการสืบสวนสอบสวนก็ยังพบว่าคนเหล่านี้ยังยุ่งเกียวกับยาเสพติดอยู่ ซึ่งก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ปัญหายาเสพติดในช่วงนี้และในปีนี้ยังมีมากอยู่ เพราะคนเหล่านี้จะทำหน้าที่เป็นตัวแทน โบรคเกอร์ ตัวแทนจำหน่ายและผู้จำหน่ายให้กับขบวนการค้ายาเสพติด

“พล.ท.ธนา กล่าวอีกว่าสำหรับการขอความร่วมมือครั้งนี้เกิดจากการประชุมคณะกรรมการประสานงานชายแดนไทย-เมียนมาระดับท้องถิ่นหรือทีบีซี ครั้งที่ 31 ได้มีข้อตกลงร่วมกันระหว่างไทยและเมียนมาว่าทั้ง 2 ฝ่าย จะช่วยกันแก้ไขปัญหายาเสพติดโดยเมียนมาจะช่วยติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่หลบหนีจากฝั่งไทยข้ามไปยังฝั่งประเทศเมียนมาให้ด้วย ซึ่งในครั้งนี้พบว่าทางการเมียนมาก็ให้ความร่วมมือโดยรับจะเร่งดำเนินการให้และเราจะเปิดยุทธการทั้ง 2 ฝั่งร่วมกันในเร็วๆ นี้ โดยครั้งนี้เรายังได้สง่แหล่งผลิตจำนวน 4 ที่หมายซึ่งก็มีผู้ต้องหาส่วนหนึ่งจากทั้ง 31 คนไปกบดานอยู่ให้ทางการเมียนมาได้ดำเนินการด้วย

Advertisement

“สำหรับสถานการณ์ยาเสพติดในปัจจุบันยังค่อนข้างรุนแรง โดยเราสามาถจับกุมได้เป็นจำนวนมาก เฉพาะยาบ้านั้นในรอบ 10 เดือนที่ผ่านมาสามารถตรวจยึดได้ร่วม 150 ล้านเม็ด ส่วนไอซ์ได้เกือบ 4 ตันแล้ว ซึ่งก็เป็นผลมาจากการปฏิบัติงานอย่างบูรณาการร่วมมือกันทุกฝ่าย” พล.ท.ธนา กล่าวและว่า

อย่างไรก็ตามสาเหตุที่สถานการณ์ยังค่อนข้างรุนแรงเพราะยังยังผู้ที่หลบหนีไปดังกล่าวซึ่งพบว่านอกเหนือจากหมายจับครั้งนี้ยังมีผู้ที่หลบหนีอยู่ในฝั่งประเทศเมียนมาอีกไม่ต่ำกว่า 300 คน คอยทำหน้าที่เป็นคนทำการตลาด ผู้แทนจำหน่าย คนติดต่อ ฯลฯ ซึ่งหากว่าจัดกับกับคนเหล่านี้ได้ก็จะทำให้ปัญหาลดลง นอกจากนี้ยังพบว่าปัจจุบันมีสารตั้งต้นเพื่อนำไปผลิตยาเสพติดถูกลักลอบเข้าจากทางประเทศจีนและยังมีกลุ่มผู้ผลิตเพิ่มเติมเป็นกลุ่มอาข่าและมูเซอที่เป็นรายใหม่ๆ เพิ่มเติมขึ้นอีกด้วย รวมทั้งการผลิตยาเสพติดชนิดใหม่เช่นเคตามีนเพื่อรับตลาดนักเที่ยวกลางคืน ซึ่งมีราคาแพงกว่ายาบ้าและไอซ์ที่ปัจจุบันราคาตกต่ำและเริ่มไม่ได้รับความนิยมปัจจุบันซึ่งเจ้าหน้าที่ทั้งไทยและเมียนมาจะได้ร่วมมือกันป้องกันและปราบปรามต่อไป

รายงานข่าวแจ้งว่าในอดีตที่ผ่านมาหน่วยงานความมั่นคงเคยประเมินว่ามีโรงงานผลิตยาเสพติดอยู่ในฝั่งรัฐฉานตอนเหนือ รัฐฉานตะวันตกและรัฐฉานใต้ ตั้งแต่ชายแดนพม่า-จีน และชายแดนประเทศไทยด้าน จ.เชียงราย และ จ.เชียงใหม่ ไม่น้อยกว่า 11 แห่ง โดยมีกลุ่มว้าที่มีศูนย์กลางที่เมืองปางซางและเมืองยอนเป็นตัวการหลัก และส่งต่อยาเสพติดให้กับกลุ่มอื่นๆ เช่น มูเซอ อาข่า ฯลฯ โดยเฉพาะเครือข่ายบ้านปูนาโก่และดอยสามสูงตรงกันข้าม อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย และ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ จากนั้นนำมาพักตามแนวชายแดนจนสร้างปัญหาการทะลักเข้าสู่ประเทศไทยหลายจุด เช่น ช่องแม่โจ๊กและบ้านผาขาว ติด อ.แม่ฟ้าหลวง ช่องดอยสามปีติด อ.แม่สาย หรือแม้แต่จุดผ่านแดนหลักอื่นๆ และแม่น้ำโขง กระทั่งล่าสุดพบมีกลุ่มอาข่าและมูเซอในฝั่งประเทศเพื่อนบ้านก็หันมาผลิตเองได้ทำให้มีปริมาณยาเสพติดตามชายแดนเป็นจำนวนมาก

สำหรับผู้ที่หลบหนีคดียาเสพติดจากฝั่งไทยหนึ่งในนั้นคือนายธวัชชัย อ้อมชมภู หรือ “เก้า” อายุ 29 ปีชาว ต.บ้านใหม่ อ.เมือง จ.ปทุมธานี ที่ถูกศาล จ.ปทุมธานี และ จ.ศรีษะเกษ ออกหมายจับในคดีเกี่ยวกับยาเสพติด โดยนายเก้าเคยเคลื่อนไหวอยู่ที่ร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่งที่เป็นของผู้ค้ายาเสพติดเชื้อสายว้า-จีนฮ่อ คนหนึ่งใน จ.ท่าขี้เหล็ก โดยทำหน้าที่เป็นโบรคเกอร์ให้ และเป็นสถานที่เดียวกับที่ น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือ “เปรี้ยว” อายุ 24 ปี พร้อมพวกรวม 3 คนซึ่งต้องคดีฆ่าหั่นศพ น.ส.วาริสรา กลิ่นจุ้ย อายุ 22 ปี สาวร้านคาราโอเกะที่ จ.ขอนแก่น จนเป็นข่าวโด่งดังหลบหนีไปกบดานและได้พบกับนายเก้าดังกล่าว กระทั่ง น.ส.ปรียานุช และพวกถูกจับกุมแต่นายเก้าเองยังคงหลบหนีอยู่.