วันที่ 21 กรกฎาคม 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. หลังรับมอบตัวผู้ต้องหาฆ่า 8 ศพแล้ว ได้นำคณะนายตำรวจและทางทหารร่วมในการเปิดให้สื่อมวลชนซักถาม ซึ่งทาง ผบ.ตร.ยังยืนยันว่าผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมทั้ง 8 คนให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือจริง โดยได้มีการวางแผนมาก่อนหน้านี้แล้วเพื่อที่จะอุ้มบังบัติหรือผู้ใหญ่บัติไปฆ่า เนื่องจากโกรธแค้นที่มาระยะหลังหลายปีนี้ได้เกิดปัญหากับผู้ใหญ่ที่ผู้ใหญ่ได้นำที่ดิน 2 แปลงไปจำนองไว้กับบังฟัต แต่บังฟัตได้นำไปจำนองต่อที่ธนาคาร ไม่สามารถเอามาคืนได้ จึงเกิดการขู่ฆ่ากันไปมา ทำให้บังฟัตไม่สามารถอยู่ในพื้นที่ได้ ประกอบกับบังฟัตได้ปล่อยเงินกู้และรับจำนองในลักษณะดังกล่าวไว้มูลค่านับสิบล้านบาท แต่ไม่สามารถมาเก็บเงินได้เพราะส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ ทำให้สถานะทางการเงินเริ่มมีปัญหา ขาดส่งธนาคาร จึงได้วางแผนก่อเหตุดังกล่าว และเคยลงมือมาแล้ว 2 ครั้ง แต่พลาด ไม่สามารถอุ้มได้
พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวอีกว่า ต่อมาจึงได้วางแผนโดยให้ น.ส.ชลิตา สังข์โชติ อายุ 41 ปี ไปจัดหาซื้อชุดลายพรางทหาร แต่งเรื่องว่าเป็นทหารเข้าตรวจค้นยาเสพติด โดยมีนายคมสรรค์ เวียงนนท์ (ม่อน) อายุ 41 ปี ร่วมในการวางแผน จากนั้นทั้งหมดได้เดินทางไปที่บ้านของผู้ใหญ่บัติเพื่อที่จะบังคับให้ผู้ใหญ่หาเงินให้และจะได้อุ้มไปฆ่า แต่พลาดเกิดผิดแผน ระหว่างที่คุมตัวผู้ใหญ่อยู่นั้นบังฟัตได้พูดเรื่องเงินขึ้นมา ทำให้ผู้ใหญ่จำเสียงได้และเกิดการต่อสู้กันขึ้น นายอรุณ ทองคำ (กี้ร์) อายุ 29 ปี จึงได้ใช้ปืนยิงผู้ใหญ่เสียชีวิตเป็นศพสุดท้าย หลังจากก่อนหน้านี้ได้มีการสังหารคนในบ้านแล้ว ส่วนกรณีมีผู้อยู่เบื้องหลังอีกหรือไม่นั้น ขณะนี้ยังไม่พบตัว
ส่วนกรณีของอดีตรอง ผกก.สันติบาล 2 ที่ออกมาระบุเรื่องเจ๊ชุมพร ผบ.ตร.ระบุว่า หลังจากนี้จะเรียกอดีตตำรวจรายดังกล่าวมาสอบปากคำว่าเกี่ยวข้องอย่างไร ซึ่งเท่าที่ทราบเจ๊ชุมพรที่ว่าคือเมียของเจ้าของโรงโม่แห่งหนึ่ง และไม่เกี่ยวข้องกับการสังหาร แต่ทั้งนี้การออกมาพูดในลักษณะดังกล่าวนั้น ตนมองว่าอดีตตำรวจนายนี้คงอยากดังมากกว่า เมื่อถามถึงอาเจ๊ะที่เป็นนายทุนอีกคนของบังฟัต ผบ.ตร.บอกว่าก็อยู่ในสำนวน แต่ก็ไม่เกี่ยวข้อง ส่วนรายอื่นจะเกี่ยวข้องหรือไม่ หลังจากนี้ก็จะทำการสอบสวนต่อไป ส่วนใหญ่จะเป็นแค่ผู้ที่มีส่วน เช่น ให้รถมา รับปืนไว้ ซึ่งก็ไม่ทราบว่ามีเหตุดังกล่าวเกิดขึ้น ในส่วนนี้อาจกันไว้เป็นพยาน
จากนั้น ผบ.ตร.ได้ขึ้นไปโชว์ของกลางให้สื่อมวลชนดู ซึ่งมีทั้งอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุขนาด .38 ซึ่งเป็นปืนของผู้ใหญ่บ้าน ปืนของบังฟัตขนาด 9 มม. ที่นำไปด้วยแต่ไม่ได้ยิง และอาวุธปืนบีบีกัน นอกจากนั้นก็มีหลักฐานอื่น เช่น เสื้อลายพรางที่ใช้สวมใส่ในวันเกิดเหตุ จากนั้นเดินไปที่รถของกลาง ซึ่งประกอบด้วยรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีดำ ทะเบียน ณข 501 กระบี่ ป้ายเขียว รถโตโยต้ายาริส สีขาว ทะเบียน ขธ 3055 สงขลา ซึ่ง 2 คันนี้ใช้ในการก่อเหตุไปที่บ้านของผู้ตาย ส่วนรถที่ใช้ในการหลบหนีมี โตโยต้ายาริส สีเทา ทะเบียน กย 6528 ภูเก็ต รถยนต์กระบะอีซูซุ แค็บ สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน ผค 9428 นครศรีธรรมราช และรถยนต์กระบะ โตโยต้า แค็บ สีดำ ทะเบียน บน 3960 กระบี่ จากนั้น ผบ.ตร.พร้อมคณะได้เดินทางไปรับประทานอาหารเที่ยง ซึ่งเวลาล่วงเลยมาประมาณ 13.00 น.
ส่วนการทำแผนนั้น ทางเจ้าหน้าที่ได้นำแผ่นไวนิลพิมพ์รายละเอียดของสถานที่เกิดเหตุ ซึ่งประกอบด้วย แผนผังบ้านซึ่งปลูกต่อเติมรวมนับสิบห้อง และระบุจุดที่เกิดเหตุทั้งหมด โดยศพที่พบในบ้านมี 3 ห้อง ซึ่งทั้งหมดเป็นห้องนอนภายในบ้าน นอกจากนั้นยังมีแผนที่บริเวณโดยรอบตำบลบ้านกลางที่เกิดเหตุ และพื้นที่ที่ผู้ต้องหาไปหลบซ่อนตัว ผังอาวุธ เผารถยนต์ของผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยการทำแผนนี้ ผบ.ตร.บอกว่าเพื่อป้องกันเหตุความวุ่นวายและอาจมีการทำร้าย
ส่วนการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 8 คนนั้น จนถึงเวลา 14.00 น.ยังไม่เสร็จสิ้น แต่ทั้งนี้ หลังเสร็จสิ้นกระบวนการตำรวจจะคุมตัวทั้งหมดไปขออนุมัติศาลฝากขัง และนำตัวส่งเรือนจำจังหวัดกระบี่ คุมตัวผัดแรกเป็นระยะเวลา 12 วัน




