ผู้สื่อข่าวรายงาน จากปรากฏการณ์ ฝนตกอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ส่งผลให้บริเวณน้ำในแม่น้ำสายสำคัญๆ เช่น แม่น้ำรันตี แม่น้ำบิคลี่ และแม่น้ำซองกาเลีย มีปริมาณน้ำสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ประกอบกับช่วงนี้เป็นช่วงฤดูปลาวางไข่ เจ้าหน้าหน่วยป้องกันและปราบปรามการประมงน้ำจืด จ.กาญจนบุรี (เขื่อนวชิราลงกรณ) และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขื่อนเขาแหลม จุดสกัดทางน้ำปากห้วยบิคลี่ ต้องใช้เรือออกลาดตระเวน ทำลายข่ายที่ชาวบ้านลักลอบวางเพื่อจับปลาในพื้นที่ เพื่อช่วยให้ปลาได้ขึ้นไปวางไข่บริเวณต้นน้ำทั้ง 3 สาย
โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ทุ่งมาลัย ต้นแม่น้ำบิคลี่ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นพื้นที่หวงห้ามเพื่อเป็นแหล่งอนุรักษ์พันธุ์ปลา แต่ก็มักมีชาวประมงและชาวบ้านลักลอบเข้าไปทำการประมง เจ้าหน้าที่จึงต้องใช้เรือไปจอดไว้บริเวณปากห้วยบ้านใหม่เพื่อคอยกดดัน ไม่ให้มีการลักลอบจับปลาในช่วงนี้ นอกจากนั้นเจ้าหน้าที่ยังจัดชุดสายตรวจทางเรือขับเรือลาดตระเวนเฝ้าตรวจพื้นที่ตลอด 24 ชม. พร้อมทั้งเข้าทำลายที่พักที่ชาวบ้านมาสร้างไว้เพื่อมาลักลอบจับปลา โดยเฉพาะบริเวณที่ปลามักจะใช้เป็นที่วางไข่ เช่น บริเวณปากห้วยปลาเค้า ซึ่งไหลมารวมกับแม่น้ำบิคลี่และเป็นที่ที่ปลาเค้าและปลาอีทุบมาวางไข่ในทุกๆ ปี เจ้าหน้าที่จะต้องคอยผลัดเปลี่ยนกันมาคอยเฝ้าระวัง และคอยช่วยเหลือพ่อ แม่ ปลาที่มีการเกยตื้น และอ่อนเพลียภายหลังจากการวางไข่ ซึ่งที่ผ่านมาช่วยได้มากว่า 2-3 ร้อยตัว

ด้าน นายวิทยา สวนตะโก หัวหน้าชุดป้องกันและปราบปรามการประมงน้ำจืด (เขื่อนวชิราลงกรณ) จุดสกัดปากห้วยบิคลี่ เปิดเผยว่า ปัญหาในการทำงานในช่วงฤดูปลาวางไข่ มักพบการลักลอบจากชาวประมงในพื้นที่ประกาศฯ ประกอบกับพื้นที่ต้องดูแลมีพื้นที่กว้างและอยู่ไกลกัน บุคลากรซึ่งมีอยู่เพียงไม่กี่คน แม้บางครั้งจะมีจิตอาสามาช่วยเหลือเช่นในช่วงที่มีปลาวางไข่นี้ แต่ก็ไม่เพียงพอ จึงอยากให้ประชาชนให้ความร่วมมือ งดจับปลาในช่วงปลาวางไข่ เพื่อความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์น้ำ ซึ่งเป็นแหล่งอาหารที่เคยอุดมสมบูรณ์ของชาวสังขละบุรี ให้กลับคืนมาเหมือนในอดีต ตนเชื่อว่าหากทุกคนให้ความร่วมมือ ภายในระยะเวลา 4-5 ปี จะมีปลาเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล เนื่องจากหากสามารถช่วยให้แม่ปลาตัวหนึ่งวางไข่ได้เราจะได้ลูกปลามากกว่า 1 แสนตัว เพิ่มในแหล่งน้ำ ดีกว่าการปล่อยพันธุ์ที่เราต้องใช้ทั้งบุคลากรและงบประมาณ

