เมื่อวันนี้ 22 กรกฎาคม นายรพีภัค ธราธรพิทักษ์ ผู้ไถ่ชีวิตควายบุญรอด พร้อมนาง ณัฐธยาน์ พลหาญ ทองลงยา ประธานกรรมการมูลนิธิอนุรักษ์โคกระบือไทยและให้ชีวิตใหม่แก่สัตว์ถูกทอดทิ้ง และกลุ่มมวลชนที่สงสารควายบุญรอดจำนวนกว่า 20 คนได้เดินทางไปยังที่ทำการปศุสัตว์อำเภอเขาค้อ เพื่อฟังคำชี้แจงและติดตามกรณีบุญรอดควายเพศเมีย ที่นายรพีภัคและเพื่อนช่วยไถ่ชีวิต จากนั้นนำไปฝากปศุสัตว์อำเภอเขาค้อ แต่ภายหลังเกษตรกรในโครงการธนาคารโคกระบือฯรับไปเลี้ยงดู และได้ขายให้แก่พ่อค้าจรจนล่าสุดยังไม่ทราบชะตากรรม โดยนายจีระศักดิ์ พิพัฒนพงศ์โสภณ ปศุสัตว์เขต 6, นายสัตวแพทย์ปฎิวัติดิลกพจน์ ปศุสัตว์จังหวัดเพชรบูรณ์, นายสมภาร จิตนันท์ ปศุสัตว์อำเภอเขาค้อ เชิญทั้งหมดเข้าประชุมที่ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอเขาค้อ โดยมีทหารและตำรวจเข้าร่วมสังเกตการณ์
นายจีระศักดิ์กล่าวชี้แจงว่า ทางกรมปศุสัตว์ก็ดำเนินการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงควบคู่ไปกับทางจังหวัดเช่นกัน ส่วนเกษตรกรที่รับควายบุญรอดไปเลี้ยงและขายไปในภายหลัง โดยกรมปศุสัตว์ในฐานะผู้เสียหายได้แจ้งความดำเนินคดีเอาผิดกับเกษตรกรรายนี้ ซึ่งผลปรากฎหลังทางอัยการหล่มสักได้ส่งฟ้องต่อศาลจังหวัดหล่มสัก กระทั่งมีคำตัดสินสั่งจำคุกนนายวรพล แก้วแดง เกษตรกร 1 เดือนโดยไม่รอลงอาญา และมีโทษปรับอีก 35,000 บาท โดยนายวรพลได้ขอประกันตัวเพื่อยื่นอุทธรณ์ จากนั้นยังแสดงความเป็นห่วงว่าควายบุญรอดจะยังมีชีวิตรอดอยู่หรือไม่
จากนั้นนายรพีภัคและนางรัฐธยาน์จี้ถามถึงการมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์คล้ายกรณีควายบุญรอดขึ้นอีก และยังถามถึงการติดตามควายบุญรอดหลังถูกขายให้พ่อค้าจรไป ซึ่งปศุสัตว์จังหวัดจังหวัดชี้แจงว่ามีคำสั่งให้ตรวจสอบทั้งหวัดแล้ว ในขณะที่นายสมภาบอกปัดโดยยอมรับว่าไม่สามารถติดต่อพ่อค้าจรรายนี้ได้จึงไม่รู้ว่าบุญรอดจะยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ ทั้งนี้ในการประชุมนายสมภารปฎิเสธเรื่องให้ข้อมูลเท็จและเขียนแผนที่หลอกให้นายรพีภัคไปติดตามควายบุญรอด กระทั่งเกิดการโต้แย้งกันขึ้น จนนายรพีภัคอ้างอิงถึงพยานบุคคลที่อยู่ในห้องประชุมเพื่อยืนยัน ทำให้นายสมภารถึงกับนิ่งเงียบ โดยการประชุมใช้เวลาราว 1 ชั่วโมงจึงยุติ ทั้งนี้นางณัฐธยาน์ยังแจ้งในทร่ประชุมด้วยว่า ทางมูลนิธิฯยินดีมอบเงินให้ 1 แสนให้กับคนที่ชี้เบาะแสหรือติดตามควายบุญรอดจนพบ
ด้านนางณัฐธยาน์กล่าวว่า การชี้แจงวันนี้ไม่ได้มีการยอมรับอะไร ซึ่งแต่ละคนพูดโยนกันไปมาและข้อมูลก็ขัดแย้งไม่ตรงกัน ส่วนการตั้งคณะกรรมการสอบสวนฯจะมีกี่ชุดก็ตาม แต่จะมีข้าราชการในหน่วยเดียวกันซ้ำซ้อนกันอยู่ ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางมูลนิธิฯมองว่าควายบุญรอดคงไม่ใช่ตัวแรกและตัวสุดท้ายแน่นอน และเท่าที่มีข้อมูลก็พบว่าหลายจังหวัดก็มีปัญหาเช่นกัน
“บางแห่งทำเป็นล่ำเป็นสันเอาโคกระบือในโครงการกว่า 40 ตัวไปขาย แม้จะมีการไล่ออกไปแล้วก็ตาม แต่ก็ยังพบว่าการทุจริตก็ยังมีอย่างต่อเนื่อง ฉะนั้นจึงอยากอาศัยโอกาสนี้ช่วยกันเปิดโปงและช่วยกันตรวจสอบ โดยเฉพาะจำนวนโคกระบือในธนาคารโคกระบือที่มีอยู่ในบัญชี มีจำนวนตามบัญชีจริงหรือไม่และมีการปฏิบัติต่อโคกระบือ ที่มีผู้ใจบุญช่วยไถ่ชีวิตและบริจาคให้อย่างไรและมีอยู่ตามจำนวนจริงๆหรือไม่ เพราะไม่ต้องการคนทุจริตเหล่านี้ใช้ความเมตาตาของผู้คนมาเป็นช่องทางหากิน”นางณัฐธยาน์กล่าว
ข่าวแจ้งว่า ก่อนเดินทางกลับคณะนางณัฐธยาน์ได้เดินทางไปที่ศาลพระภูมิบริเวณหน้าสำน้กงานปศุสัตว์อำเภอเขาค้อ เพื่อบนบานขอให้ควายบุญรอดมีชีวิตรอดจากการฆ่าเป็นครั้งที่ 2

