บ้านแพ้ว“ฮือฮา”คำสั่งระงับใช้น้ำเค็มเลี้ยงสัตว์น้ำในพื้นที่เกษตร-เขตน้ำจืด“กลุ่มผู้เลี้ยงกุ้ง 13ตำบล-จ่อขยับเคลื่อนไหว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จ.สมุทรสาคร โดยนายประภัสสร์ มาลากาญจน์ ผวจ.สมุทรสาคร ได้ออกคำสั่งเรื่อง..ประกาศระงับการใช้ความเค็มในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในพื้นที่น้ำจืดภายในเขตพื้นที่จังหวัดฯ (เลขที่ 1097/2560) ตามที่มีสำนักนายกรัฐมนตรีฯ ได้อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 9 วรรค สองแห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 ของพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 กรณีที่ใช้ความเค็มในพื้นที่น้ำจืดเนื่องจากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เป็นเหตุให้เกิดมลภาวะมลพิษทั้งทางน้ำ และมลพิษในดิน เกิดภาวะขาดความสมดุลตามธรรมชาติ ก่อให้เกิดผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชนและก่อให้เกิดผลเสียหายต่อทรัพย์สินของรัฐและประชาชน
“ดังนั้นจึงมีคำสั่งให้ระงับการใช้ความเค็ม (และน้ำเค็ม) ในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำกรณีในพื้นที่น้ำจืด ภายในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร พร้อมกันนี้ให้ดำเนินการให้จับสัตว์น้ำ (หรือกุ้ง) นับตั้งแต่คำสั่งนี้ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา (ลงวันที่ 26 เมษายน 2560) ซึ่งให้แล้วเสร็จภายในเวลา 120 วัน”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการนี้ล่าสุด“ที่ศาลาวัดดอนราว” ต.โรงเข้ อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร ได้มีกลุ่มผู้เลี้ยงกุ้งและเกษตรกรเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ประมาณเกือบ 300 คนได้นัดออกมารวมตัวกันเรียกร้องเพื่อคัดค้าน และล่ารายชื่อกลุ่มผู้เลี้ยงกุ้ง ซึ่งระบุว่า เพื่อแสดงถึงความเดือนร้อนต่อคำสั่งดังกล่าวของทางจังหวัด หลังมีเจ้าหน้าที่นำประกาศมาติดประชาสัมพันธ์ยังจุดต่างๆในสาธารณะ เพื่อให้ประชาชนที่เกี่ยวข้องได้รับทราบ ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา (ลงวันที่ 26 เมษายน 2560) และขนสัตว์น้ำเค็มหรือกุ้งให้พ้นออกนอกเขตพื้นที่น้ำจืดตามที่กำหนดให้เสร็จในระยะเวลา 120 วัน
“ทั้งนี้โดยวันที่ 2 ส.ค. จะมีการประชุมเพื่อจัดเวทีหารือกันระหว่างหน่วยงานราชการ (ที่ ศาลาประชาคมวัดยกกระบัตร อ.บ้านแพ้ว) เพื่อแลกเปลี่ยนเสนอข้อคิดเห็นถึงผลกระทบของผู้เกี่ยวข้องตามคำสั่งดังกล่าว โดยมีอำเภอบ้านแพ้วในฐานะเป็นประธานร่วมเจรจา อย่างไรก็ตาม อ.บ้านแพ้ว นั้นประกอบด้วย 13 ตำบล และมีกลุ่มผู้เพาะเลี้ยงกุ้งเพื่อจำหน่ายกระจายอยู่ทั่วทุกเขตตำบล”



