หน้าแรก ภูมิภาค กรรมการหมู่บ้...

กรรมการหมู่บ้านแฉกลับ ขายไม้พะยูงล้มทับรร. ถูก ผอ.หักหลังแจ้งจับ ทั้งที่มีส่วนร่วมลงมติ

23.07.17 | 20:32 น.

แกนนำชาวบ้านและกรรมการหมู่บ้าน บ้านวังเข ม.4 ตงเหล่าน้อย อ.เสลภูมิ ร้อยเอ็ด รวมตัวกันเรียกร้องผ่านสื่อมวลชน ต้องการให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับไม้พยุงในโรงเรียนบ้านวังเข ซึ่งล้มลงเพราะพายุพัด ล้มลง ทับป้ายและรั้วโรงเรียนเสียหายตั้งแต่วันที่ 4 พ.ค.2560 แล้วต้องเฝ้ารักษาไม้ที่ล้มขวางถนนและทางเข้าโรงเรียนอยู่เกือบ 2 เดือน จึงมีเจ้าหน้าที่มาตัดทอนต้นไม้ออก จากนั้นก็นำท่อนไม้ที่ตัดทอนแล้ว 26 ท่อนมาวางเก็บไว้ในโรงเรียน ให้ชาวบ้านจัดตั้งเวรยามดูแล จนกลายเป็นภาระของชาวบ้าน และชุมชน

นายเสร็จ พลศิลา ประธานกรรมการหมู่บ้าน ที่โดนแจ้งจับ กล่าวว่า หลังจากต้นพยุงล้ม ทับป้าย ประตูพัง รั้วก็โดนไม้ล้มทับ เสียหายจำนวนมาก กว่าจะตัดออกก็เป็นเดือน พอตัดออกก็ไม่เอาไม้ออกมาไปแล้วมากองไว้ให้ชาวบ้านและโรงเรียนดูแล และต่อมาเห็นว่าไม่มีเงินซ่อมสิ่งเสียหายของโรงเรียน หลังจากทิ้งไว้เกือบ 2 เดือน จึงได้ปรึกษากับป่าไม้ ขอขายไม้ส่วนหนึ่งเพื่อเป็นรายได้ซ่อมแซม

การปรึกษากัน นายวชิรพงษ์ ค้ำคูณ ผอ.โรงเรียน ก็เห็นด้วย จึงแจ้งไปที่ป่าไม้ ก็บอกว่าแล้วแต่ชาวบ้านจะจัดการ จะสร้างศาลาวัดก็เอาไป จนวันที่ 27 มิ.ย.60 ก็มีคนมาซื้อไม้ 2 ท่อน ก็ตัดสินใจขายหลังจาก ที่เขาให้ราคา 700,000 บาท แต่พอขายไปเอาเงินมาเข้ากองกลาง เพื่อซ่อมแซมโรงเรียน และมีมติว่าหากเหลือจะช่วยสร้างวัด

แต่จู่ๆปรากฏว่า ผอ.โรงเรียน กลับไปแจ้งความจับพวกตน 4 คน ที่ลงนามร่วมกันกับผอ.ว่าลักขายไม้ของกลาง จากนั้นชุดคุ้มครองป่าไม้ ตร.ปกครองก็มาจับกุมตั้งข้อหาพวกตน 4 คน พร้อมกับยึดเงิน 700,000 บาทไปด้วย เพื่อประกอบสำนวนเพื่อดำเนินคดี จนพวกตนท้อใจ ไม่เฝ้าไม้ให้อีก และจากการเลิกเฝ้าไม้ จนกระทั่งเมื่อวันที่ 14 ก.ค.60 ไม้ก็โดนคนมาลักไปอีก 2 ท่อน ทำให้พวกตนไม่สบายใจ พร้อมใจกันเอาเหล็กมาทำกรงกั้นไม้ไว้ แต่ก็ยังไม่สบายใจ กลัวกันไม่อยู่ จึงมติ ว่าขอให้ผู้เกี่ยวข้องมาขนเอาไม้ออกไปให้หมด เพราะชาวบ้านไม่อยากรับผิดชอบอีกต่อไป เพราะเกิดไม้หายอีก ก็จะกลายเป็นผู้ต้องหาอีก

Advertisement

ในขณะที่ทางด้านนายเสถียร อาจศัตรู 1 ใน ผู้ถูกแจ้งจับขายไม้กล่าวว่า มติเห็นชอบการขายไม้มี 5 คน งง ที่พวกตน 4 คน คือ นายเสร็จ พลศิลา ป.กรรมการหมู่บ้าน,และกรรมการหมู่บ้าน อีก 3 คน นายเสถียร อาจศัตรู,นายพงษ์ กุสุมาลย์และนายเสน่ห์ กุศุมาลย์ โดนจับ พร้อมกับยึดเงินที่ขายไม้ 700,000 บาทไว้ ประกอบการดำเนินคดี แต่ ผอ.ก็ลงนามเห็นชอบด้วย กลับไปแจ้งความแล้วไม่ถูกดำเนินคดี ทำให้พวกตนท้อใจมาก จึงไม่ขอรักษาไม้ของกลางอีกต่อไป จึงต้องการให้รีบมาขนออกไป ก่อนที่ไม้ที่เหลือ 22 ท่อนจะหายอีก หากไม่ขนไป หายออีกจะไม่รับผิดชอบ หรือหากลำบากเอาไปไม่ได้ เผาทิ้งก็ได้ จะได้ไม่เป็นภาระชาวบ้าน และหากไม้หายก็จะยิ่งเป็นความผิดเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งชาวบ้านรับไมได้ อยู่แล้ว

ทางด้านนายคะนึง พูนพิพิธ ปลัดอาวุโส สภ.เสลภูมิ ร้อยเอ็ด กล่าวว่า มีการแจ้งความจับชาวบ้านที่ขายไม้จริง โดย นายวชิรพงษ์ ค้ำคูน ผอ.โรงเรียนวังเข เป็นคนแจ้งความกับพนักงานสอบสวน จับกุมผู้ลงนามขายไม้ 4 คน คือนายเสร็จ พลศิลา ป.กรรมการหมู่บ้าน,และกรรมการหมู่บ้าน อีก 3 คน นายเสถียร อาจศัตรู,นายพงษ์ กุสุมาลย์และนายเสน่ห์ กุศุมาลย์ พร้อมกับยึดเงินที่ขายไม้ 700,000 บาทไว้ ประกอบการดำเนินคดี จริง ตอนนี้เรื่องอยูที่ตำรวจก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายไป

ส่วนการร้องขอให้นำไม้ออกจากพื้นที่นั้น ทราบเรื่องการร้องขอจากชาวบ้านแล้ว แต่ทางปกครองไม่มีอำนาจสั่งการ เพราะที่ดินบริเวณโรงเรียนดังกล่าวเป็นของกรมธนารักษ์ ซึ่งต้องให้กรมธนารักษ์ เป็นผู้ประสานไปยังป่าไม้ ให้เข้ามาตีตราไม้ก่อน จึงจะสามรรถขนย้ายออกได้ หรือตัดสินไว้ว่าจะดำเนินการกับไม้ทั้งหมดอย่างไรต่อไป ซึ่งทุกอย่างจะช้าหรือเร็วต้องขึ้นอยู่กับกรมธนารักษ์ แต่อย่างไรก็ตามทางปกครองอำเภอ ก็จะแจ้งประสานไปยัง ผวจ.ร้อยเอ็ด เพื่อสั่งการประสานไปยังกรมธนารักษ์ร้อยเอ็ด ให้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาตามความต้องการของชาวบ้านต่อไป