หน้าแรก ภูมิภาค ศาลนัดไกล่เกล...

ศาลนัดไกล่เกลี่ยอีก 7 ก.ย. คดีปุ๋ย อบจ.บุรีรัมย์ ชาวบ้านเป็นจำเลย 222 ราย

24.07.17 | 19:02 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลจังหวัดนางรองกำหนดนัดพิจารณาคดีต่อเนื่องคดีแพ่ง (คดีปุ๋ย) เพื่อสืบพยานโจทย์และพยานจำเลยระหว่างวันที่ 18-27 กรกฎาคม 2560 ซึ่งเป็นคดีที่ห้างหุ้นส่วนจำกัดดีสิงห์ทวีโชค ผู้ค้าปุ๋ยจากจังหวัดยโสธรเป็นโจทย์ยื่นฟ้องนางเต้าทอง ศรีนอก กับพวกรวม 222 คน ให้ชำระค่าปุ๋ยแทน องค์การบริหารส่วนจังหวัดบุรีรัมย์ มูลค่าประมาณ 40-50 ล้านบาท (ปุ๋ยราคากระสอบละ 400 บาท)โดยศาลนัดตรวจพยานหลักฐานและเลื่อนคดีไปนัดพร้อม และศาลจะช่วยไกล่เกลี่ยอีกครั้งในวันที่ 7 กันยายนนี้

สำหรับโครงการส่งเสริมอาชีพของคนบุรีรัมย์ปี 2558 อยู่ภายใต้การดำเนินงานขององค์การบริหารส่วนจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นโครงการจัดงบอุดหนุนแจกปุ๋ยให้แก่กลุ่มเกษตรกรทั้ง 23 อำเภอของจังหวัดบุรีรัมย์ โดยเป็นโครงการต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2555-2558 ซึ่งในปี 2558 มีผู้ค้าปุ๋ยจำนวน 4 บริษัทได้นำปุ๋ยอินทรีย์ไปส่งมอบให้กลุ่มเกษตรกร มูลค่ารวมประมาณ 200 ล้านบาท แต่ขณะนี้มีเพียง หจก.ดีสิงห์ทวีโชคที่ฟ้องร้องชาวบ้าน ให้ชำระค่าปุ๋ยแทน อบจ.บุรีรัมย์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โครงการดังกล่าวสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้ดำเนินการตรวจสอบ โดยพบความผิดปกติในการดำเนินโครงการช่วง 3 ปีแรก จึงได้ทำหนังสือถึงนายเสรี ศรีหะไตร ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ในขณะนั้น ให้ทบทวนการดำเนินโครงการในปีที่ 4 (พ.ศ.2558) ระหว่างการทบทวนปรากฏว่ามีบุคคลประสานผู้ค้าปุ๋ยนำปุ๋ยไปส่งมอบให้เกษตรกร แต่ภายหลังผู้ว่าฯ ไม่อนุมัติโครงการ เป็นที่มาของการฟ้องร้องดังกล่าว

คดีนี้มีตัวแทนกลุ่มเกษตรกรตกเป็นจำเลย จำนวน 222 ราย ในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอโนนสุวรรณ หนองหงส์ หนองกี่ ประคำ นางรอง โดยคดีดังกล่าวนี้มีความยืดเยือดมานานกว่า 1 ปี ซึ่งตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2559 เป็นต้นมา ศาลจังหวัดนางรองได้มีการไกล่เกลี่ยคดีนี้มาแล้วหลายครั้ง แต่ไม่มีข้อยุติแต่อย่างใด ทางฝ่ายชาวบ้านที่ถูกฟ้องจึงได้ร้องขอกระทรวงยุติธรรมให้ช่วยจัดทนายความจากส่วนกลางลงไปช่วยต่อสู้คดี เพราะเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่มิชอบ และคดีมีความซับซ้อนกระทบต่อประชาชนจำนวนมาก อีกทั้งเกิดความไม่มั่นใจกับทนายในพื้นที่ด้วย

ที่ผ่านมาชาวบ้านได้ขอความช่วยเหลือไปยังหน่วยงานต่างๆ เพื่อช่วยอำนวยความยุติธรรมให้แก่ชาวบ้านที่ตกเป็นแพะคดีปุ๋ยโดยได้เข้ายื่นหนังสือร้องทุกข์กับผู้ว่าราชการจังหวัด ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดบุรีรัมย์ ศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม รวมถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

Advertisement