เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 24 ก.ค. นายศุภศิษฎ์ วรพิสุทธิ์วงศ์ และนายภาณุพงศ์ ผิวเหลือง เจ้าหน้าที่จากศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกาญจนบุรี ได้พานางสวิง อายุ 62 ปี เข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.ธรรมวัฒน์ สุขีวัฒน์ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองกาญจนบุรี ภายหลังจากนางสวิงได้เข้าร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรม เนื่องจากตัวเองและนายชาย สามีอายุ 70 ปี ถูกนายปัญญา หรือหม่ำ อายุ 40 ปี ลูกในไส้แท้ๆ ทำร้ายตบตีอยู่เป็นประจำทุกวัน โดยไม่มีสาเหตุ จนได้รับบาดเจ็บ
โดยนางสวิงเล่าว่า ลูกชายนึกจะตบจะเตะก็ทำ แต่วันนี้ทนไม่ไหวแล้ว ถูกซ้อมทุกวัน ด้วยความเจ็บใจ จึงนั่งรถเมล์ไปที่ศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อร้องขอให้ศูนย์ดำรงธรรมช่วยเหลือ เพราะที่ผ่านมาเคยไปแจ้งผู้ใหญ่บ้านและตำรวจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ พอผู้ใหญ่บ้านและตำรวจกลับไป ก็ลงมือซ้อมอีก
ล่าสุดเมื่อเช้าก่อนที่จะมาร้องที่ศูนย์ดำรงธรรม อยู่ๆ ก็ถูกลูกชายตบหน้า และเอารองเท้าแตะตบหัว จึงถามไปว่า “มึงตบกูกับพ่อมึงเรื่องอะไร” ขณะที่ลูกชายตอบกลับว่า “หมั่นไส้” ตนรู้สึกเจ็บใจเหลือเกิน เพราะถูกเตะจนล้มคว่ำกับพื้น จนทนไม่ไหวแล้ว จึงมาร้องเรียนกับศูนย์ดำรงธรรม
หลังจากนั้น นายศุภศิษฎ์ วรพิสุทธิ์วงศ์ เจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรม กล่าวว่า ภายหลังจากที่ทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้น จึงได้รายงานให้นายไพรัญ จงจำรัสพันธ์ ผอ.กลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งได้รายงานให้ นายรณชัย จิตรวิเศษ รองผู้ว่าฯ รักษาการผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ทราบเรื่อง จึงมีคำสั่งให้พาตัว นางสวิง เข้าแจ้งความกับ พ.ต.อ.ทศพร ปทุมยา ผกก.สภ.เมืองกาญจนบุรี
ต่อมา พ.ต.อ.ทศพร สั่งการให้ พ.ต.ต.วิทวัช น้อยพานิช สว.สส. พร้อม ตร.สืบสวน ประสานทหารชุด ร้อย รส.ที่ 1 ร.9 พัน.1 ร่วมเดินทางไปที่บ้านของนางสวิง ทันที เมื่อไปถึงได้นำกำลังแยกย้ายกันค้นภายในบ้าน และรอบๆ บ้าน แต่ก็ไม่พบ และไร้วี่แววของลูกชั่วรายนี้
สอบถามนายชาย สามีของนางสวิง ทราบว่า นายปัญญาได้ขี่รถ จยย.ของนางสวิง ผู้เป็นแม่ออกจากบ้านไปก่อนหน้าที่เจ้าหน้าที่จะมาถึงไม่นาน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรม ทหาร ตำรวจกำลังตรวจค้นบ้านเพื่อหาตัวนายปัญญาอยู่นั้น ได้มีนายกฤษณ์ อายุ 35 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนของ นายปัญญา ขี่รถ จยย.มาหานายปัญญา เจ้าหน้าที่จึงเรียกให้จอดและสอบถามหานายปัญญาว่าไปไหน นายกฤษณ์ถึงกับหน้าถอดสี พร้อมกับตอบกลับเพียงว่า ไม่รู้ และเมื่อเจ้าหน้าที่จะพาไปทำการตรวจปัสสาวะ นายกฤษณ์ได้ยอมรับสารภาพว่าติดยาเสพติด จึงควบคุมตัวพร้อมกับพาไปตระเวนหาตัวนายปัญญา ตามจุดต่างๆ ตามบ้านเพื่อน แต่ก็ยังไร้วี่แววเช่นกัน
จากการสืบสวนทราบว่า ขณะที่กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และศูนย์ดำรงธรรมเดินทางไปที่บ้านของนายปัญญา ได้มีบรรดาเพื่อนขี้ยาบอกให้นายปัญญา หลบหนีไป อย่าเพิ่งกลับบ้าน จึงทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้ในครั้งนี้
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ได้ออกติดตามจับกุมตัว นายปัญญามาดำเนินคดีให้ได้ เนื่องจากหวั่นเกรงว่าจะหวนกลับไปทำร้ายพ่อและแม่จนบาดเจ็บอีก

