หน้าแรก ภูมิภาค เพชรบูรณ์ทลาย...

เพชรบูรณ์ทลายแหล่งผลิตสารกำจัดวัชพืชรายใหญ่ในรอบ 20 ปี พบอุปกรณ์ผลิตและสารเจือปนเพียบ

25.07.17 | 20:43 น.

เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม พนักงานเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรเพชรบูรณ์ และเจ้าหน้าที่สารวัตรเกษตรสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 2 กรมวิชาการเกษตร ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร ม.พัน 28 กำลังอส.หล่มสักและจำนวนราว 40 นาย พร้อมนายกฤษณะ สีนวล ตัวแทนบริษัทผลิตภัณฑ์สารกำจัดวัชพืชไกลโฟเซตและพาราควอตที่ถูกปลอมแปลง ได้เข้าตรวจสอบที่โกดังไม่มีเลขที่ ตั้งอยู่หมู่ที่ 10 ตำบลตาลเดี่ยว อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์


สืบทราบว่าเป็นแหล่งผลิตสารกำจัดวัชพืชปลอมรายใหญ่และส่งออกไปจำหน่ายในประเทศเพื่อนบ้าน ขณะเจ้าหน้าที่เข้าไปถึงสถานที่เกิดเหตุพบคนงานราว 3 คน ลักลอบผลิตสารกำจัดศัตรูพืชปลอมไกลโฟเซตและพาราควอต อยู่ระหว่างบรรจุแกลลอนขนาด 5 ลิตร ทันทีที่คนงานเห็นเจ้าหน้าที่ต่างวิ่งหลบหนีออกทางหลังโกดัง ในขณะที่อีกรายพยายามจะขับรถปิ๊กอัพหลบหนี แต่ถูกเจ้าหน้าที่สกัดจับไว้ได้ทราบชื่อ นายเมฆปภาณ สุขเกษม อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 90 หมู่ที่ 5 ต.หนองแจง อ.บึงสามพัน ควบคุมตัวไว้ทำการสอบสวน

ตรวจสอบภายในโกดังคณะเจ้าหน้าที่ทั้งหมดถึงกับต้องตกตะลึง พบอุปกรณ์การผลิตต่างๆ อาทิ แกลลอนสำหรับบรรจุสารกำจัดวัชพืชเป็นจำนวนมาก ฝาปิด กล่องบรรจุผลิตภันฑ์ และถังพลาสติกขนาด 200 ลิตรบรรจุสารสำหรับใช้เป็นส่วนผสม และถังขนาด 200 ลิตรสำหรับใช้ผสมสารกำจัดวัชพืชก่อนบรรจุแกลลอน ภายในถังยังมีสารกำจัดวัชพืชพาราควอตที่มีการผสมเรียบร้อยแล้ว รวมทั้งผลิตภัณฑ์สารกำจัดวัชพืชของจริงของบริษัทฯที่ถูกปลอมแปลงอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่แจ้งว่าเป็นการจับกุมทลายแหล่งผลิตสารกำจัดวัชพืชปลอมรายใหญ่ในรอบ 20 ปี

จากตรวจนับของกลางมีจำนวน 13 รายการ พบว่ามีมูลค่า 704,488 บาท ได้แก่ 1.พาราควอต 5 ลิตร จำนวน 299 ลิตร, 2.พาราควอต 1 ลิตร จำนวน 10 ลิตร, 3.ไกลโพเชต 48 จำนวน 544 ลิตร, 4.แกลลอนเปล่า ขนาด 5 ลิตร จำนวน 2102 แกลลอน, 5.แกลลอนเปล่า ขนาด 4 ลิตร จำนวน 1,085 แกลลอน, 6.ขวดเปล่าขนาดบรรจุ 1 ลิตร จำนวน 277 ขวด, 7.ฝาตวงขนาด 100 cc. จำนวน 256 ฝา, 8.กล่องเปล่า จำนวน 163 ลัง, 9. พาราควอตขนาด 200 ลิตร จำนวน 800 ลิตร, 10.ฉลากผลิตภัณฑ์ จำนวน 17,225 ใบ, 11.ฝาพาราควอต จำนวน 1,046 ฝา, 12.ฝาไกลโพเสท จำนวน 362 ฝา, 13.ไกลโพเสท 20 ลิตร

ข่าวแจ้งว่า นายเมฆปภาณให้การโดยรับเป็นผู้ลักลอบปลอมแปลงผลิตภัณฑ์ดังกล่าว โดยอ้างว่าได้รับออเดอร์จากนายเปีย กทม.สั่งผลิตพร้อมจัดส่งอุปกรณ์การผลิตทั้งหมดมาให้ ส่วนสารกำจัดวัชพืชของจริงตนเองเป็นผู้จัดซื้อเอง และเมื่อผลิตเสร็จแล้วก็จะว่าจ้างรถบรรทึกจัดส่งไปจ.เชียงรายและจ.น่าน เพื่อส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยจะได้ค่ารับจ้างผลิตแกลลอนละ 40 บาท เริ่มทำได้ 1 เดือนและสัดส่วนในการผสมใช้ 140 ต่อ 200 ลิตร เพราะหากผสมมากเกินจะเจือจาง ทำให้หญ้าหรือวัชพืชจะไม่ตาย ส่วนโกดังเช่าในราคาเดือนละ 5,000 บาท

ต่อมา พ.ท.เกียรติอุดม นาดี ผบ.ม.พัน 28 เดินทางมายังจุดเกิดเหตุ พบรถปิ๊กอัพมีหลังคาคลุมกระบะด้านข้างมีป้ายข้อความระบุ เกษตรเซ็นเตอร์ จึงให้เจ้าหน้าที่ทหารตรวจค้นเพิ่มเติมพบอุปกรณ์การผลิตเพิ่มเติมจึงให้เจ้าหน้าที่ทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลางเพิ่มเติม ทั้งนี้นายเมฆปภาณให้ปากคำเพิ่มเติมโดยระบุว่า รถปิ๊กอัพเช่ามาจากบริษัทเกษตรเซ็นเตอร์เพื่อใช้งานและยังจัดซื้อผลิตภัณฑ์สารกำจัดวัชพืชไกลโฟเซตและพาราควอตของจริงมาจากที่นี่ด้วย

ทำให้ พ.อ.เกียรติอุดมพร้อมคณะเจ้าหน้าที่เดินทางไปที่บริษัทเกษตรเซ็นเตอร์ เลขที่ 86/2 หมู่ที 4 ต.หนองไขว่ อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ เพื่อขยายผลตรวจสอบผลิตภัณฑ์สารกำจัดวัชพืชปลอม พบ น.ส.สาริณี อินทร์อารี ผู้จัดการบริษัทฯนำตรวจสอบภายในร้านและโกดัง ไม่พลผลิตภัณฑ์สารกำจัดวัชพืชปลอมแต่อย่างใด ส่วนนายเมฆปภาณทางเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.หล่มสัก เพื่อให้ดำเนินคดีในข้อหาครอบครองและผลิตสารที่เป็นอันตรายโดยไม่ได้รับอนุญาต และข้อหาตั้งสถานที่ผลิตไม่ได้รับอนุญาต

Advertisement

นายพิจิตร ศรีปินตา ผอ.ศูนย์วิจัยและพัฒนา การเกษตรเพชรบูรณ์ กล่าวว่า เนื่องจากทางกรมฯได้รับการร้องเรียนว่ามีการปลอมแปลงผลิตภัณฑ์สารกำจัดวัชพืช กระทั่งสืบทราบว่าแหล่งผลิตอยู่ที่เพชรบูรณ์ นายสุวิทย์ ชัยเกียรติยศ อธิบดีกรมวิชาการเกษตรจึงสั่งการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจและฝ่ายปกครองเข้าตรวจค้นเป้าหมายในครั้งนี้ กระทั่งพบแหล่งผลิตรายใหญ่ที่สามารถจับกุมทลายได้ในรอบ 20 ปี ส่วนมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นแม้จะเพียง 7 แสนบาทเศษ แต่หากผลิตภัณฑ์ปลอมแปลงเหล่านี้ออกสู่ตลาดมูลค่าความเสียหายจะมากมายหลายเท่าตัว ที่สำคัญนอกจากเกษตรกรจะได้รับผลกระทบยังมีผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศอีกด้วย

ด้านนายกฤษณะ สีนวล ตัวแทนบริษัทผลิตภัณฑ์ถูกปลอมแปลง กล่าวว่า ทางบริษัทฯได้รับความเสียหายมากยิ่งหากผลิตภัณฑ์ปลอมแปลงทั้งหมดถูกนำออกสู่ตลาด และผลิตภัณฑ์ปลอมแปลงก็ทำเลียนแบบได้เนียนจนแยกแยะแทบไม่ออก จึงต้องสังเกตให้ดีโดยของปลอมเลียนแบบฉลากจะไม่คมชัด และที่ฝาปิดของเลียนแบบจะไม่มีตราประทับนอกจากนี้ก้นแกลลอนของปลอมไม่มีหมายเลขวันเดือนปีผลิต อย่างไรก็ตามทางบริษัทฯกำประเมินความเสียหายและคงต้องมีการฟ้องร้องทางแพ่งต่อไป