เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 25 กรกฎาคม ร.ต.อ.ชัชวาลย์ ทอนโพธิ์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองอำนาจเจริญ ได้รับแจ้งเหตุมีคนผูกคอตาย ที่ป่าริมน้ำห้วยไผ่ บ้านป่าติ้ว ต.กุดปลาดุก อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ จึงได้ประสานไปยังแพทย์เวร รพ.อำนาจเจริญ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยอำนาจเจริญ รุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ ในที่เกิดเหตุเป็นป่าไผ่ติดกับริมคลองน้ำ ลึกเข้าไปประมาณ 300 เมตร พบศพร่างของนายฉลาด สอดส่อง อายุ 59 ปี อดีตรองนายก อบต.กุดปลาดุก นอนตายใกล้กับริมน้ำ โดยใช้ผ้าขาวม้าผูกกับต้นไผ่ แพทย์ลงความเห็นว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 20 ชั่วโมง
จากการสอบสวนนายฉลอง สุวะศรี อายุ 45 ปี ชาวบ้านที่มาพบศพเป็นแรก กล่าวว่า เมื่อช่วงเย็นทีผ่านมาตนได้เดินทางจากบ้านเพื่อที่จะมาเอาวัวที่ผูกไว้อยู่ปลายทุ่งนาที่ติดกับป่าริมน้ำห้วยไผ่ ซึ่งขณะนั่นกำลังมีฝนตกลง จนตนเดินมาถึงจุดที่เกิดเหตุก็พบกับเงามืดใหญ่ๆ คล้ายๆ คนนอนผูกตายอยู่ที่ริมห้วยดังกล่าว ด้วยความตกใจตนจึงได้วิ่งกลับเข้าไปในหมู่บ้าน เพื่อเรียกให้ชาวบ้านและผู้ใหญ่บ้านแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อมาตรวจสอบในที่สุด
ด้าน น.ส.ธนัชพร อ่อนศรี อายุ 41 ปี อดีตภรรยาของผู้ตาย กล่าวว่า ตนและผู้ตายเคยเป็นสามีภรรยากันมีลูกด้วยกันสองคน แต่ก็มีเรื่องที่ทำให้ต้องเลิกรากันไปในที่สุด จนกระทั่งล่าสุดที่เจอกันก่อนตายนั่น เมื่อวานนี้ตนได้เจอผู้ตายได้นั่งดื่มเหล้าอยู่ที่ร้านค้า ผู้ตายได้พูดเป็นนัยๆ เหมือนกับสั่งเสียตน ว่าให้ตนดูแลลูกนะ อย่าให้แต่แม่ของตนเลี้ยง ส่วนทางนี้ไม่มีอะไรให้ห่วงแล้ว อะไรตอนนี้ก็ไม่มีแล้ว เมียก็ไม่มีแล้วตอนนี้ อดีตสามีของตนพูดเช่นนั่นก่อนที่จะมีรู้อีกทีว่าอดีตสามีของตนผูกขอตายเสียชีวิตแล้วที่ป่าริมน้ำห้วยไผ่ ส่วนสาเหตุนั่นตนคาดว่าผู้ตายนั่นจะมีปัญหาและความเครียดสะสมมานานเนื่องจากผู้ตายเป็นคนที่ชอบเก็บความทุกข์ไว้กับตัวคนเดียวเวลามีเรื่องหรือมีปัญหาอะไรจะยอมเล่าให้คนอื่นฟัง
นายบัณฑิต สนุกพันธ์ ชาวบ้าน กล่าวว่า หลังจากที่ทราบว่ามีคนผูกคอตายที่จุดดังกล่าวชาวบ้านก็ต่างพากันผวา และหวาดกลัวในอาถรรพ์ป่าริมน้ำห้วยไผ่ เนื่องจากปีที่แล้วมีคนในหมู่บ้านที่เป็นชายอายุ 40 กว่าปี ก็ได้มาผูกคอตายที่จุดดังกล่าวก่อนหน้า ที่ อดีต รองนายก อบต.จะมาผูกคอตายที่จุดดังกล่าวซ้ำอีก ซึ่งชาวบ้านจะได้ปรึกษาหารือและเชิญพระมาพิธีต่อไป
ร.ต.อ.ชัชวาลย์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบตามร่างกายไม่พบบาดแผลจากการถูกทำร้าย หรือร่องรอยการต่อสู้แต่อย่างใด อีกทั้งญาติผู้ตายเองก็ไม่ได้ติดใจอะไรในสาเหตุการตาย จึงได้ทำการลงบันทึกประจำวันก่อนที่จะมอบศพให้ญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป


