หน้าแรก ภูมิภาค ผอ.รพ.ขออภัย ...

ผอ.รพ.ขออภัย เด็กไม้เสียบมือรอนาน เผยวันเกิดเหตุ มีคนป่วยรอ23คิว ฉุกเฉินหลายเคส

26.07.17 | 18:40 น.

ดราม่าเด็กหญิงไม้ลูกชิ้นเสียบมือรอหมอรพ.รัฐนานกว่า2ชั่วโมงจนมือซีด

จากกรณีผู้ใช้เฟสบุ๊ค ชื่อ natthanika boonsoong โพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่าถึงการทำงานของพยาบาล และแพทย์ในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลมหาสารคาม ภายหลังจากที่หลานวิ่งหกล้ม ได้รับบาดเจ็บถูกไม้เสียบลูกชิ้นเสียบเข้าที่มือ ผ่านไปกว่า 2 ชั่วโมง จนมือซีด ทำให้แม่และน้าสาวตัดสินใจปฏิเสธการรักษา และนำตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนแทน

โดยข้อความระบุว่า “ขอให้ทุกคนเสียเวลาอ่านแล้ว #แชร์อุทาหรณ์หลานสาวหกล้มไม้ลูกชิ้นเสียบมือเกือบทะลุไปโรงบาลรัฐ เห็นว่าอยู่ใกล้ที่สุดพอไปถึงเข้าไปประมาณ1ชั่วโมง นานมากไอ้เราก้อนึกว่าถอดไม้แล้วเข้าไปดูน้องยังนั่งร้องไห้อยู่ เข้าไปถามหมอนึกว่าหมอลืม หมอค้นประวัติแล้วบอกว่าหาแฟ้มไม่เจอ แต่แฟ้มไปทับอยู่อีกที่ หมอขอโทษแล้วบอกว่า โทษนะคะรอคิวค่ะ เราทนไม่ไหว หลานมือซีดหมดแล้ว เกือบ 2 ชั่วโมงหมอยังไม่มา เลยตัดสินใจอุ้มน้องออกไปโรงพยาบาลเอกชน รถก็ติด ฝนก็ตกพอมาถึงโรงพยาบาลเอกชน หมอมารุม รีบเอ็กซเรย์ ดึงไม้ออก ตอนนี้น้องดีขึ้นแล้วค่ะ นี้ละหนาสาเหตุที่ผู้ป่วยหลายรายเสียชีวิตระหว่างรอการรักษา เหตุเกิดที่โรงพยาบาลมหาสารคาม

วันนี้ (26 กรกฏาคม 60) เวลา 15.00 น. ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยัง นางสาวกัชญาวีร์ คูณมี แม่ของ ด.ญ.นันทัชพร สีดา หรือน้องน้ำหนาว วัย 5 ขวบ ซึ่งเป็นน้องที่อยู่ในคลิป โดยคุณแม่ระบุว่า คุณพ่อและคุณแม่ของน้องน้ำหนาว เปิดร้านจำหน่ายและรับซ่อมมือถือ อยู่ภายในศูนย์การค้าเสริมไทยคอมเพล็กซ์ เมื่อวานนี้ ช่วงเวลาประมาณ 1 ทุ่ม น้องได้ไปซื้อลูกชิ้นมา 1 ไม้ และน้องน้ำหนาวได้วิ่งซนตามประสาเด็ก และเกิดหกล้ม ทำให้ไม้เสียบลูกชิ้น เสียบเข้าที่มือซ้ายของน้อง ช่วงบริเวณระหว่างนิ้วชี้กับนิ้วกลาง ไม้เสียบได้ปักคามือน้อง เมื่อเห็นก็ตกใจ ไม่กล้าดึงไม้ออก จึงได้รีบพาตัวน้องน้ำหนาวส่งโรงพยาบาลมหาสารคาม ช่วงที่พาน้องมาที่ห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล ก็มีพยาบาลมาซักประวัติ จากนั้นก็ได้แต่รอนานนับชั่วโมง จนคนที่มาทีหลัง ได้รับการรักษาก่อน เมื่อไปถามเจ้าหน้าที่ ก็บอกว่าหาแฟ้มประวัติน้องไม่เจอ จนลูกสาวมือซีด และน้องยังร้องไห้อยู่ตลอดเวลา แม่จึงตัดสินใจอุ้มน้องออกมาจากห้องฉุกเฉิน และนำตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลเอกชน ก่อนที่น้าสาวจะโพสต์ข้อความระบายความในใจบนเฟสบุ๊ค และมีคนแชร์ออกไปเป็นจำนวนมาก ซึ่งแม่คิดว่าถือว่ายังโชคดีที่ลูกไม่เป็นอะไรมาก

นายจีรเดช สีดา พ่อของน้องน้ำหนาว กล่าวว่า ภายหลังจากที่เกิดเรื่องขึ้น ก็ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลมหาสารคาม ได้นำกระเช้ามามอบให้ เพื่อแสดงความรับผิดชอบถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก็รู้สึกดีที่ทางโรงพยาบาลใส่ใจ ซึ่งจริง ๆ แล้วตนก็ไม่ได้ติดใจอะไร อยากฝากไว้ว่า ในการรักษาถือเป็นทางเลือก คนที่พอจะมีกำลังทรัพย์ ก็มีทางเลือกที่จะไปรักษาแบบไหน แต่คนที่ไม่มีทางเลือก คนจน กลับกลายเป็นว่าต้องฝากชีวิตไว้กับเจ้าหน้าที่บางคนที่ไม่ใส่ใจในการดูแลรักษาผู้ป่วย อยากให้เจ้าหน้าที่นึกเสียว่าคนไข้ คือลูกหลานของท่าน แล้วเจ้าหน้าที่จะทำหน้าที่ได้ดีกว่านี้

Advertisement

ด้านนายแพทย์วีระศักดิ์ อนุตรอังกูร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาสารคาม เปิดเผยว่า ผู้ป่วยเป็นเด็กหญิง อายุ 5 ขวบ ได้รับบาดเจ็บไม้เสียบลูกชิ้นปักคามือซ้าย เข้ามารับการรักษาที่โรงพยาบาลมหาสารคาม เมื่อเวลา 19.49 น. จากนั้นเวลา 19.52 น. แพทย์ได้ตรวจดูอาการ พร้อมแจ้งพยาบาลให้ทำเรื่องให้ผู้ป่วยเข้าระบบเป็นผู้ป่วยในเพื่อทำการรักษาตัวก่อน เนื่องจากไม่สามารถเอาไม้เสียบลูกชิ้นออกจากมือเด็กได้ทันทีภายในห้องฉุกเฉิน เนื่องผู้ป่วยเป็นเด็กอายุเพียง 5 ขวบ มีอาการร้องไห้ตลอดเวลา และไม่ทราบชัดเจนว่าไม้เสียบลูกชิ้นได้เสียบใกล้บริเวณกล้ามเนื้อหรือเส้นประสาท หากดึงออกทันที ก็อาจเกิดอันตรายได้ ทำให้การถอดไม้ลูกชิ้นออก จำเป็นที่จะต้องพิจารณาเอาออกภายในหอผู้ป่วย เพื่อเอาสิ่งแปลกปลอมออกให้หมดเพื่อป้องการการอักเสบติดเชื้อในภายหลัง

อีกทั้งขณะนั้นมีผู้ป่วยรอรับการรักษาตามคิวจำนวน 23 ราย ในจำนวนนี้มีผู้ป่วยหนัก 2 – 3 ราย แต่ห้องฉุกเฉินมีอัตรากำลังทั้งแพทย์พยาบาลเพียง 9 คน จึงทำให้ไม่สามารถให้บริการได้พร้อมกันอย่างรวดเร็ว กรณีนี้อาจเกิดการสื่อสารที่ขาดความต่อเนื่อง จนทำให้ผู้ปกครองไม่สามารถรอได้ จึงขออภัยหากการให้บริการเกิดความล่าช้าไม่ทันใจ

ทั้งนี้ทั้งนั้น ในมุมมองของคนไข้ และเจ้าหน้าที่อาจจะไม่เหมือนกัน มุมมองคนไข้ก็จะเป็นในเรื่องของการรักษาที่เร่งด่วน ซึ่งก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่ในข้อเท็จจริงคือ แพทย์ อยากให้เด็กเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล จึงได้สั่งให้แอดมิด และเตรียมที่จะไปเอ็กซ์เรย์ เพื่อที่จะดึงไม้เสียบลูกชิ้นออกจากมือ แต่ขณะเดียวกันในห้องฉุกเฉิน ก็มีผู้ป่วยอีกกว่า 20 ราย ที่มารอรับการรักษา ก็ได้แบ่งทีมแบ่งงานกันออกไปดู และเป็นเคสฉุกเฉินหลายเคส ทีมแพทย์จึงได้แบ่งเวลาไปดูแล ซึ่งไม่ได้นิ่งนอนใจ ประกอบกับระบบคอมพิวเตอร์ที่ไม่สมบูรณ์เพราะเป็นอาคารใหม่ เจ้าหน้าที่ก็อาจเหนื่อยล้าจากการทำงาน ทำให้ให้บริการได้ไม่เต็มที่ ซึ่งก็ต้องขอความเห็นใจให้กับเจ้าหน้าที่ด้วย