วันที่ 27 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดตรังถึงความคืบหน้าคดี คนร้ายก่อฆาตกรรมฆ่าทุบหัวและรัดคอนางสาวลัดดา จินดาแก้ว อายุ 33 ปี ชาวบ้าน ต.เขาวิเศษ อ.วังวิเศษ จ.ตรัง เสียชีวิตคาห้องน้ำของโรงเรียนบ้านหนองคล้า หมู่ที่ 7 ต.เขาวิเศษ อ.วังวิเศษ ขณะพาลูกชายวัย 7 ขวบ ไปเล่นฟุตบอลที่สนามหญ้าของโรงเรียน ระหว่างรอลูกได้เดินไปเข้าห้องน้ำหลังโรงเรียน แล้วถูกคนร้ายลงมือทำร้ายทุบศีรษะและรัดคอจนเสียชีวิต จนลูกชายเล่นบอลเสร็จเห็นแม่หายตัวไปไม่รับกลับบ้าน จึงร้องไห้ตามหา จนชาวบ้าน และนักการภารโรงช่วยกันตามหา จนพบกลายเป็นศพภายในห้องน้ำของโรงเรียนดังกล่าว เหตุเกิดเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา
ล่าสุดทางญาติได้นำศพนางสาวลัดดา จินดาแก้ว หรือตุ๊ มาตั้งบำเพ็ญกุศลศพ ณ บ้านเลขที่ 203 หมู่ที่ 21 ต.เขาวิเศษ อ.วังวิเศษ จ.ตรัง สร้างความเศร้าโศกเสียใจให้ต่อญาติเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังเห็นภาพที่สลดโดยที่นายจำลอง จินดาแก้ว อายุ 62 ปี ผู้พ่อร้องไห้ตลอดเวลา พร้อมทั้งจุดธูปบริเวณหน้าโลงศพนางสาวลัดดา ภาวนาว่าให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวคนร้ายมาลงโทษตามกฎหมายให้ได้เร็วที่สุด หลังเกิดเหตุผ่านไปแล้ว 3 วัน คดียังไม่คืบหน้าเลย ซึ่งตำรวจยังไม่สามารถจับกุมคนร้ายได้ ซึ่งคนในครอบครัวต่างเฝ้ารอคนร้ายถูกลงโทษ
นายจำลอง กล่าวด้วยน้ำตาว่า หลังเกิดเหตุกับลูกสาวตน ทราบว่าขณะนี้คดียังไม่คืบหน้าแต่อย่างใด ตนสอบถามทางตำรวจถึงเบาะแสคนร้ายซึ่งเองก็ไม่รู้เรื่อง ไม่รู้สาเหตุเลยว่ามาจากไหน แต่ทางตำรวจก็ยังไม่สามารถบอกได้ บอกเพียงว่า สืบสวนสอบสวนไปแล้วประมาณ 50 % รอหลักฐานเชื่อมโยง ลูกสาวตนแต่งงานไปอยู่กินกับสามีหลายปี เพิ่งกลับมาอยู่บ้านเดียวกันได้ประมาณ 7-8 วัน เพราะสามีต้องออกไปทำงานที่อำเภอเกาะลันตา จ.กระบี่ ซึ่งลูกสาวก็ไม่เคยมาเล่าอะไรให้ฟังว่าไปมีเรื่องทะเลาะวิวาท หรือมีปัญหากับใคร
อีกทั้งปัญหาในพี่น้อง ครอบครัวเดียวกันก็ไม่มี อย่างไรก็ตามฝากตำรวจว่าอย่าจับแพะมาดำเนินคดี ขอให้มีหลักฐานเต็มร้อยเพื่อจับคนร้ายให้ได้ ซึ่งสิ่งที่คนร้ายทำกับลูกสาวตนเองนั้นเกินกว่าเหตุ เป็นคนคุยกันได้ ไม่ใช่สัตว์เดรัจฉาน ไม่ใช่แมว ทั้งนี้จะรอรูปคดีว่าตำรวจจะจับตัวคนร้ายได้ทันก่อนวันเผาศพลูกสาวที่กำหนดไว้ วันที่ 3 ส.ค. 2560 นี้หรือไม่ ซึ่งทุกคนต่างก็ตั้งหน้าตั้งตารอเห็นหน้าคนร้าย
นายอภิชัย อภิบาล สามีผู้เสียชีวิต กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจบอกว่าไม่ต้องกังวลจะจัดการคดีนี้ให้ถึงที่สุด ซึ่งตนเองก็มั่นใจกับคำพูดของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เชื่อว่าความยุติธรรมมีจริง แต่การที่ภรรยามาจากไปอย่างกะทันหัน รู้สึกเหมือนฟ้าผ่า ไม่ทันได้ตั้งตัว แต่ก็ต้องทำใจให้ได้ เพราะยังมีลูกต้องดูแล ต้องเข้มแข็งเพื่อลูกชายคนเดียว โดยที่ผ่านมาภรรยาไม่เคยเล่าปัญหาความขัดแย้งใดๆกับใครให้ฟัง ยิ่งช่วงหลังที่ต้องไปทำงานต่างจังหวัด เพียงไม่กี่วัน แม้ว่าความรู้สึกจะมืดมนกับสาเหตุการตาย แต่ตำรวจรับปากว่าจะมีช่องทางสืบหา จับตัวคนร้ายให้ได้ ส่วนหากถึงวันที่ 3 ส.ค. ซึ่งมีกำหนดเผาศพภรรยาแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจยังจับกุมคนร้ายไม่ได้ก็จะปรึกษากับทางญาติของภรรยาอีกที ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป
นายอภิชัย กล่าวอีกว่า สภาพจิตใจของลูกชายคนเดียวตอนนี้ ยังถามหาแม่อยู่ทุกวัน ว่าแม่ไปไหน เพราะลูกชายติดแม่มาก ได้แต่บอกว่าแม่ไม่อยู่ ขึ้นบนฟ้าไปแล้ว ให้เข้มแข็ง เราต้องอยู่ให้ได้ และให้ลูกไปเรียนหนังสือ และวิ่งเล่นกับเพื่อนๆที่โรงเรียนทุกวัน ดีกว่าอยู่ที่บ้านซึ่งมีงานศพของแม่อยู่ ซึ่งจากลักษณะภายนอกตอนนี้ลูกชายยังไม่มีอาการซึมเศร้า แต่ถ้านานกว่านี้ 1-2 สัปดาห์อาจซึมเศร้าได้ คงสงสัยว่าแม่หายไปไหน
“หากมีจิตแพทย์มาคุยกับน้อง อยากให้เขามองโลกในแง่ดี อธิบายว่าแม่หายไปไหน อยากให้เขาดูแลตัวเองได้ โดยอาจให้จิตแพทย์คุยกับตนเองก่อน ก่อนที่จะคุยกับลูกชาย ซึ่งหลังจากนี้วางแผนชีวิตเบื้องต้นว่า จะให้ลูกชายอยู่และเรียนหนังสือกับญาติพี่น้องฝ่ายภรรยาที่จังหวัดตรัง เพราะมีญาติรุ่นราวคราวเดียวกัน ส่วนตนเอง จะไปทำงานแล้วส่งเงินมาเลี้ยงดูและกลับมาเยี่ยมเยียนเป็นครั้งคราว”นายอภิชัย กล่าว
นายอภิชัย กล่าวอีกว่าขอฝากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขอให้จับคนร้ายในคดีนี้ได้ เพราะเหตุเกิดขึ้นในโรงเรียน สถานที่ราชการ มันสะเทือนขวัญและกระทบกับชื่อเสียงของโรงเรียนด้วย ภรรยาถูกฆาตกรรมแน่นอน ไม่ใช่อุบัติเหตุ ส่วนผลการชันสูตรพลิกศพของแพทย์รพ.สงขลานครินทร์ ระบุผู้เสียชีวิต เสียชีวิตจากการถูกทำร้าย โดยมีแผลฉกรรจ์ที่ศีรษะ กะโหลกร้าว
ด้านความคืบหน้าของคดี พ.ต.ท.ชาติชาย วงศ์ปัญญา สารวัตรสอบสวน สภ.เขาวิเศษ เจ้าของคดี ได้สอบสวนพยานบุคคลไปแล้ว 8-9 ปาก ซึ่งมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดคลี่คลายคดีนี้ ต่างเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน มาวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อหาตัวคนร้ายมาเนินคดีให้ได้เร็วที่สุด

