เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม ในกลุ่มไลน์ ชมรม HEALTHY REEF’S ผู้ที่ใช้ชื่อว่า @Seaman Freeman (47) หรือนายครรชิต คลิ้งขลิบ ผู้ประกอบการท่องเที่ยวและนักอนุรักษ์บนเกาะราชา ได้โพสต์วิดีโอคลิปและภาพนิ่ง พร้อมข้อความระบุว่า ทนไม่ไหวกับพฤติกรรมทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ของไกด์เถื่อนชาวเกาหลีที่มีการพานักท่องเที่ยว(นทท.) ลงดำน้ำและมีการให้อาหารปลาที่หน้าอ่าวหลา ของเกาะราชาใหญ่ ต.ราไวย์ อ.เมืองภูเก็ต ซึ่งถือเป็นการกระทำผิดกฎหมาย ตามประกาศของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
ทั้งนี้ ในคลิปจำนวน 4 คลิปที่เผยแพร่มีทั้งภาพใต้น้ำ ซึ่งในภาพใต้น้ำนั้นถ่ายไว้ขณะที่ไกด์รายดังกล่าวกำลังพา นทท.หญิงชาวเกาหลี 2 คนลงดำน้ำ โดยมีปลาจำนวนมากว่ายวนห้อมล้อม เมื่อเข้าไปใกล้ๆ พบว่าไกด์กำลังให้อาหารปลา และภาพอีก 3 คลิปเป็นภาพขณะที่นายครรชิตกำลังพาตัวมายังเรือ และต่อด้วยภาพที่กำลังตรวจค้นภายในตัวไกด์ ซึ่งพบว่ามีการใส่อาหารสำหรับเลี้ยงปลาไว้ที่ชุดดำน้ำหลายจุด โดยไกด์คนดังกล่าวพยายามพูดว่า เสียใจที่กระทำลงไป แต่นายครรชิตก็ตอบโต้ไปว่าต้องดำเนินการตามกฎหมาย
นายครรชิตกล่าวว่า ได้ติดตามดูพฤติกรรมของกลุ่มไกด์เหล่านี้มาหลายวัน หลังจากได้เบาะแสจากผู้ประกอบการดำน้ำว่ามีการลักลอบให้อาหารปลาใต้น้ำ เพื่อให้ปลาเข้ามาในระยะใกล้ เอาใจ นทท.

โดยเมื่อพบเห็นจึงดำน้ำเข้าไปถ่ายคลิปไว้ได้ก่อนจะโผล่ขึ้นแสดงตัว ตนเองทราบดีว่าหากพาตัวมาตามปกติ ไกด์คนดังกล่าวจะต้องทำลายหลักฐาน ด้วยการเปิดซิปกางเกงทิ้งอาหารปลา จึงให้เกาะทุ่นไว้ห้ามปล่อย ก่อนพามาค้นบนเรือ พบว่ามีอาหารเลี้ยงปลาอยู่ในซิปหลายจุด จึงพาตัวขึ้นไปพบเจ้าหน้าที่ สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 6 หรือ สบทช.6 ที่บนเกาะราชา เพื่อส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย เบื้องต้นคาดว่าเจ้าหน้าที่จะพาตัวไปส่งดำเนินคดีที่ สภ.ฉลองในช่วงบ่าย
โดยเบื้องต้นผู้กระทำความผิดซึ่งเป็นชายเกาหลีชื่อเล่นว่า NAM (น้ำ) อายุประมาณ 30-40 ปี ได้เดินทางมาพร้อมกับไกด์คนไทย 1 คน แต่ให้นั่งอยู่บนชายหาดเกาะราชา ก่อนพา นทท.ลงดำน้ำดูปะการัง จากการสอบถามในเบื้องต้น คาดว่าไม่มีใบอนุญาตทำงาน เนื่องจากอาชีพมัคคุเทศก์หรือไกด์เป็นอาชีพสงวนสำหรับคนไทย จึงต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบอีกครั้ง
ทั้งนี้ สำหรับการให้อาหารปลาทะเลนั้น เป็นความผิดตามคำสั่งกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ที่ 445/2559 ลงวันที่ 19 พฤษภาคม 2559 พื้นที่เกาะราชาใหญ่ ข้อที่ 6 ห้ามการให้อาหารปลาและสัตว์น้ำในแนวปะการัง ผู้ฝ่าฝืนมีโทษจำคุก 1 ปี ปรับเป็นเงิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


