เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงาน จากกรณี น.ส.อิศราภรณ์ คงฉวี กรรมการผู้จัดการคลังวรโชติ 2 ตั้งอยู่ที่ ต.ยี่ล้น อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ออกมาคัดค้านการระบายข้าวสารในโกดังเข้าสู่อุตสาหกรรมที่ไม่ใช่การบริโภคของคนแต่เป็นอาหารสัตว์นั้น
น.ส.อิศราภรณ์ เปิดเผยว่า ปัญหาข้าวที่เกิดขึ้นเป็นข้าวที่ตนเองเก็บรักษา ซึ่งเป็นข้าวในสต๊อกของรัฐบาล ที่มีที่มาจากโครงการรับจำนำข้าวปี 2556/2557 จำนวน 66,361 กระสอบ ที่ผ่านมาเรามีการดูแลและเก็บรักษาเป็นอย่างดี ข้าวที่เก็บรักษา ถูกแบ่งเป็น 5 กอง มี 1 กองถูกคัดเกรดออกมาเป็นข้าวเกรดซี ส่วนอีก 4 กองที่เหลือเป็นข้าวเกรดเอและเกรดบี คำว่าข้าวเกรดซีไม่ใช่หมายความว่าคนกินไม่ได้ คนก็สามารถเอาไปกินได้ตามปกติ ข้าวที่เก็บรักษาอยู่นั้นเป็นข้าวหอมปทุมทั้งหมด ตนเองเห็นว่าหากต้องนำข้าวคุณภาพดีไปขายเป็นอาหารสัตว์ในราคา 5.07 บาทต่อกิโลกรัม เมื่อเทียบกับราคาข้าวที่ขายให้คนบริโภคปัจจุบันราคา 17-18 บาทต่อกิโลกรัม หากนำมาบวกลบหักส่วนต่างแล้ว จะมีราคาต่างกันถึงประมาณ 70-80 ล้านบาท
ที่ผ่านมาเราพยายามคัดค้านมาตลอด แต่ไม่เคยมีใครลงมาดู ว่าคุณภาพข้าวของเราเป็นข้าวที่มีคุณภาพ เราพยามจะแยกประเด็นระหว่างคำว่าข้าวเกรดซี และคำว่าข้าวอุตสาหกรรม อยากชี้แจงว่าข้าวซีไม่ใช่ข้าวอุตสาหกรรม สภาพข้าวดีเหมือนกันทุกอย่างหมดคนกินได้ มีการทำเรื่องไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ( ปปท.) ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงสภาพข้าวและการเก็บรักษาในคลังวรโชติ (หลัง2) ที่ถูกประมูลเข้าสู่อุตสาหกรรมที่ไม่ใช่การบริโภคของคน ซึ่งราคาจะต่ำ
น.ส.อิศราภรณ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ข้าวที่เราออกมาเรียกร้องนี่ต้องบอกก่อนว่าข้าวนี้ไม่ใช่ข้าวของเรา แต่เราเห็นว่าไม่ถูกต้อง ที่เอาข้าวดี ๆ ไปเป็นอาหารสัตว์ มันก็จะเกิดส่วนต่าง ทำไมรัฐไม่เอาข้าวไปขายในราคาปกติ ซึ่งจะมีเงินเข้ารัฐมากขึ้น ทำไมถึงต้องตีเป็นอาหารสัตว์เพื่อขายได้ในราคาถูก ๆ ส่วนเจ้าของคลังในฐานะที่เป็นผู้ดูแล เราก็เลยต้องมีความรับผิดชอบเพราะเป็นสัญญาฝากเก็บ เราต้องดูแลทุกอย่างให้อยู่ในสภาพเดิม ซึ่งเราก็ยังไม่รู้ว่าเราจะต้องรับผิดชอบอะไรบ้าง ที่เค้าเอามาขายแบบนี้ หรือความเสียหายที่เกิดขึ้นมา เราต้องรับผิดชอบอะไรบ้าง อีกทั้งอยากให้ประชาชนได้เห็นด้วยว่าข้าวที่ทุกคนเข้าใจว่ามันเสื่อมมันเสีย ว่าสภาพจริง ๆ เป็นอย่างไรเพราะเราไม่สามารถเข้าดูได้เมื่อมีการระบายข้าวออกออก เนื่องจากมีการปิดประตูหมด

