หน้าแรก ภูมิภาค ทหารยิงใส่รถช...

ทหารยิงใส่รถชาวบ้านเจ็บ 3 คน เหตุเข้าใจผิดคิดว่าคนร้าย ผบ.ฉก.ขอโทษชี้แจงญาติ รับผิดชอบทุกกรณี

29.07.17 | 09:57 น.

จากเหตุการณ์เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 28 กรกฎาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.มายอ จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งจาก รพ.มายอว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บถูกยิงเข้ามารักษาตัว จึงรีบไปตรวจสอบ พบว่าแพทย์กำลังรักษานางเจ๊ะยารอ อาแว อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 105 หมู่ 2 ต.กระเสาะ อ.มายอ เนื่องจากมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิดเข้ากลางหลังทะลุปอด อาการสาหัสแพทย์ต้องรีบส่งต่อไป รพ.ปัตตานี ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 คนมีบาดแผลเศษกระจกบาดเล็กน้อย แพทย์ให้กลับบ้านได้ นอกจากนี้บริเวณหน้า รพ.พบรถกระบะมิตซูบิชิ ไทรทัน 4 ประตู สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน กข 3183 เบตง จอดอยู่เมื่อตรวจสอบพบรูกระสุนบริเวณหลังคาหลังทะลุเบาะในห้องโดยสารและที่กระจกหน้า ภายในรถมีเลือดจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงได้นำรถคันดังกล่าวไปเก็บไว้ที่ สภ.มายอเพื่อเก็บพยานหลักฐาน

จากการสอบสวน นายอุสมาน กาแลซา 27 ปี เป็นคนขับรถคันดังกล่าว ให้การว่า เป็นลูกของนางเจ๊ะยารอ ก่อนเกิดเหตุตนมาจาก จ.ยะลาและกำลังเดินทางกลับบ้านในพื้นที่ ต.กระเสาะ โดยภายในรถมาด้วยกันรวม 6 คนซึ่งเป็นคนในครอบครัว มีทั้งผู้หญิงและเด็ก ปรากฏว่าเมื่อขับมาถึงบนถนนสายชนบท พื้นที่หมู่ 4 ต.เกาะจัน อ.มายอ เห็นเจ้าหน้าที่ทหาร 10 กว่านายและไม่รู้ว่ามีปะทะกัน จึงขับรถผ่านด่านตรวจ จนกระทั่งได้ยินเสียงปืนจากด้านหลังและมารู้ว่าแม่ซึ่งอยู่ในรถบนเบาะหลังคนขับร้องด้วยความเจ็บปวด เมื่อตรวจดูพบว่าแม่ถูกยิง และน้องสาวบาดเจ็บเล็กน้อย 2 คนจึงรีบขับรถพาแม่ไปโรงพยาบาล จากนั้นก็ไม่ทราบว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคืออะไร

หลังเกิดเหตุ พล.ต.จตุพร กลัมพสุต ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานีได้เดินทางไปที่ รพ.ปัตตานี เพื่อเยี่ยมอาการผู้ได้รับบาดเจ็บแต่ไม่สามารถเข้าเยี่ยมได้เนื่องจากผู้ได้รับบาดเจ็บรักษาตัวในห้องไอซียู จากนั้นจึงได้เข้าไปพูดคุยกับญาติและผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์เพื่อทำความเข้าใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดย พล.ต.จตุพรยอมรับกับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น เนื่องจากเป็นช่วงเกิดเหตุการณ์และพร้อมจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ก่อนจะมอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นให้กับญาติของผู้ได้รับบาดเจ็บ

ด้าน พล.ต.จตุพรได้ชี้แจงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ช่วงเกิดเหตุทหารจากหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 25 จำนวน 22 นายกำลังเดินลาดตระเวนแบบจรยุทธ์ริมถนนสายดังกล่าว ก่อนจะหยุดตั้งด่านลอยบนถนน ปรากฏว่ามีเสียงปืนจากฝั่งตรงข้ามซึ่งเป็นป่า ทหารก็มีการวางกำลังป้องกันและมีการสกัดรถไม่ให้ผ่านเพื่อความปลอดภัย ก่อนจะมีการยิงโต้ตอบกันขึ้น จังหวะนั้นก็มีรถคันดังกล่าวขับผ่านไปช่วงที่มีการยิงปะทะกัน และไม่รู้ว่ารถคันดังกล่าวเป็นฝ่ายไหน จนเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ตนเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดและไม่ปฏิเสธความรับผิดชอบเพราะเป็นเรื่องสุดวิสัย ได้มีการพูดคุยกับผู้เสียหายเบื้องต้นก็เข้าใจกันแล้ว โดยผู้เสียหายก็ได้ฝากถึงเจ้าหน้าที่ว่า การสกัดหรือโบกรถให้จอด ขอให้มีความชัดเจนมากกว่านี้ ซึ่งตนก็ขออภัยด้วยเพราะจังหวะนั้นอาจจะสกัดรถได้ไม่เต็มที่ ซึ่งจะรับไปแก้ไข ส่วนการช่วยเหลือเยียวยานั้นยินดีจะรับผิดชอบทุกอย่าง ส่วนเจ้าหน้าที่ทหารผู้ปฏิบัติและอยู่ในที่เกิดเหตุทุกนายนั้นก็ให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย และหากเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายและผิดจริงในกรณีทำเกินกว่าเหตุก็ต้องรับผิด ซึ่งทุกอย่างขึ้นอยู่ตามกระบวนการของกฎหมายไม่มียกเว้น ซึ่งเราไม่ปฏิเสธการรับผิดชอบ และหากมีการร้องเรียนก็จะดำเนินการตามที่ร้องเรียนมาซึ่งเป็นสิทธิของผู้เสียหายอยู่แล้ว

Advertisement