เป็นกระเเสที่ถูกเเชร์ต่อในโลกออนไลน์จำนวนมาก โดยเฉพาะชาวภูเก็ตได้มีการเเชร์ต่อข้อความของผู้ใช้เฟซบุ๊ก Bank Thanadon ซึ่งโพสต์ภาพเเละข้อความระบุว่า ไม่รู้จะด่าอะไรแล้ว ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะด่าใคร วินาทีแรกที่เห็นเสียดายจนพูดไม่ออก
สถานที่ในรูปนี้อยู่ในจังหวัดภูเก็ต เป็นถนนจากหาดในหานไปแหลมกระทิง ซึ่งตอนนี้ค่อยข้างเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว ก่อนที่จะมีตึกนี้มาสร้างก็สวยเหมือนในรูปบนนั้นแหละครับ แต่ในรูปผมแค่เพิ่มสีเข้าไป วิวจะสวยมากในช่วงเย็นๆเพราะเราจะเห็นพระอาทิตย์ตกได้จากตรงนี้
ทั้งนี้หลังภาพเเละข้อความดังกล่าวถูกเผยเเพร่ ก็มีการเเชร์ต่อเเละมีการวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก
ขณะที่เพจเฟซบุ๊ก เสียงประชาชน คนภูเก็ต ได้โพสต์ข้อความระบุว่า #เห็นแล้วเสียดาย #ช่วยกันแชร์หน่อย #สร้างตรงนี้ได้ด้วยหรอ? #ต้องมีใครสักคนที่ออกมาชี้แจง เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ชาวภูเก็ตเกิดความสงสัยเป็นอย่างมากว่า พื้นที่ข้างถนนเส้นทางจากหาดในหานไปแหลมกระทิง ตรงไหลเขาแบบนี้สามารถออกโฉนดสร้างสิ่งปลูกสร้างได้ด้วยหรือ? แถมสิ่งก่อสร้างยังบดบังทัศนียภาพที่สวยงามอีก แต่ก็ยังไม่มีใครหรือหน่วยงานใดออกมาชี้แจ้ง แม้แต่เทศบาลตำบลราไวย์ที่เป็นเจ้าของพื้นที่ คสช.จ.ภูเก็ต และผู้ว่าฯภูเก็ต ทุกหน่วยงานต่างปล่อยเกียร์ว่าง เอาหูไปนา เอาตาไปไร่กันหมด ปล่อยให้มีการก่อสร้างจนใกล้เสร็จแล้ว
หากพื้นที่ดังกล่าวนี้มีโฉนดที่ดินถูกต้องทีมงานแอดมินก็ยินดีช่วยชี้แจงประชาสัมพันธ์ให้ชาวภูเก็ตได้รับทราบ แต่ถ้าหากไม่มีโฉนดและไม่สามารถก่อสร้างได้ก็ขอให้หน่วยงานทั้งหลายระงับการก่อสร้างและรื้อถอดโดยเร็ว อย่าปล่อยให้เป็นแบบนี้เลยครับ
ต่อมาเพจเสียงประชาชน คนภูเก็ต ยังระบุอีกว่า เรื่องสิ่งก่อสร้างทางไปอ่าวแสนและอ่าวกระทิงที่กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของขาวภูเก็ตในขณะนี้
เมื่อวันที่ 27 ม.ค. 2560 ที่ผ่าน ได้มีชาวบ้านโพสต์ร้องเรียนตั้งแต่มีเริ่มมีการก่อสร้างอาคารใหม่ๆและเทศบาลตำบลราไวย์ได้โพสต์ข้อความชี้แจงลงในแฟนเพจของเทศบาลว่า
“เทศบาลตำบลราไวย์ได้รับเอกสารขออนุญาตการก่อสร้างบ้านในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งทางกองช่างได้เข้าตรวจสอบเอกสารหลักฐานที่ดิน และข้อกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องตาม พรบ.ควบคุมอาคาร 2522 เมื่อกองช่างพิจารณาตามเอกสารหลักฐาน แล้วว่า สามารถที่จะก่อสร้างได้ ไม่ขัดกับกฎหมายที่ได้กำหนดไว้ข้างต้น ส่วนในเรื่องของการออกเอกสารโฉนดที่ดิน เป็นเรื่องของทางที่ดิน เมื่อเจ้าของมีเอกสารครบถ้วนก็สามารถยื่นขออนุญาตก่อสร้างได้ ตามที่กฎหมายกำหนด ในเรื่องของการออกมาแสดงความคิดเห็นก็สามารถกระทำได้ตามความรู้สึก เพราะอาจเข้าใจว่าสถานที่ตรงนั้น เป็นพื้นที่สาธารณะประโยชน์ เมื่อก่อนสามารถเข้าไปถ่ายรูปได้ ไปนั่งชมวิวได้ ขับรถผ่านก็มีวิวสวย โดยที่เราอาจจะไม่รู้ว่าเป็นที่ดินของใคร เป็นที่อะไร เพราะไม่มีป้ายหรือสัญลักษณ์อะไรแสดงไว้ แต่ปัจจุบันผู้ครอบครองที่ดินได้ แสดงสิทธิ์และใช้สิทธิ์ มาขออนุญาตก่อสร้างบ้าน ตามกระบวนของกฎหมายที่กำหนดไว้ เทศบาลเป็นผู้พิจารณาตามระเบียบข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จึงเรียนให้ประชาชนได้ทราบโดยทั่วกัน”
ซึ่งคำชี้เเจงเทศบาลตำบลราไวย์ได้โพสต์บนเพจ เทศบาลตำบลราไวย์ เมื่อวันที่ 27 มกราคมที่ผ่านมา

