เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะได้เดินทางไปที่จังหวัดนครพนม เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ พร้อมร่วมวางแผนหาแนวทางในการป้องกันปัญหา โดยมีนายสมชาย วิทย์ดำรงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พร้อมด้วย ดร.ไพฑูรย์ รักษ์ประเทศ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม นายประทีป ฤทธิกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมให้การต้อนรับ รายงานผลการดำเนินงานและร่วมหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาน้ำภายในพื้นที่
จากสถานการณ์ที่น้ำท่วมในจังหวัดสกลนคร และมีความจำเป็นที่ต้องมีการระบายน้ำมายังจังหวัดนครพนม โดยผ่านลำน้ำก่ำเพื่อลงสู่แม่น้ำโขงที่อำเภอธาตุพนม ซึ่งประตูระบายน้ำธรณิศนฤมิตสามารถระบายน้ำได้วันละประมาณ 25 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่มวลน้ำจากจังหวัดสกลนครไหลมาตามลำน้ำก่ำที่ประมาณ 35 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ทำให้มีน้ำคงเหลือในพื้นที่ประมาณ 10 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน และจะแผ่กระจายไปตามพื้นที่อำเภอนาแก อำเภอวังยาง อำเภอปลาปาก และอำเภอธาตุพนม ซึ่งจะส่งผลกระทบเป็นวงกว้างตามมา โดยจะต้องใช้เวลาในการระบายน้ำลงสู่แม่น้ำโขงประมาณ 11 วัน จึงจะเข้าสู่ภาวะปกติ ที่สำคัญคือต้องไม่มีน้ำฝนตกลงมาเพิ่มเติมในพื้นที่เหนือแม่น้ำโขงด้วย เพราะในขณะนี้ปริมาณน้ำอยู่ห่างจากจุดวิกฤตเพียง 1 เมตรเท่านั้น ถ้ามีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นก็จะยิ่งทำให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างล่าช้าตามไปด้วย ขณะที่มวลน้ำอีกส่วนจากจังหวัดสกลนครก็จะระบายไปตามลำน้ำอูนและลำน้ำสงครามเพื่อมุ่งสู่แม่น้ำโขง โดยเส้นทางสายนี้จะส่งผลให้อำเภอนาหว้า อำเภอนาทม และอำเภอศรีสงครามได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน
ที่อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม สถานการณ์น้ำยังน่าเป็นห่วง เนื่องจากยังคงมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ระดับน้ำโขงหนุนสูงอยู่ที่ประมาณ 11 เมตร ห่างจากจุดวิกฤตที่ระดับ 13 เมตร อยู่ประมาณ 2 เมตร ส่งผลให้ลำน้ำก่ำที่รองรับมวลน้ำจากหนองหาร จังหวัดสกลนคร ผ่านมาทางอำเภอโพนนาแก้ว อำเภอโคกศรีสุพรรณ เข้าสู่อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม ก่อนที่จะระบายสู่น้ำโขงที่อำเภอธาตุพนม ถือว่ายังวิกฤต เนื่องจากมีปริมาณน้ำเกินความจุกักเก็บ ทั้งยังระบายลงแม่น้ำโขงได้ช้า ทำให้ตลอดความยาวกว่า 120 กิโลเมตรของลำน้ำก่ำเริ่มเกิดปัญหาน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ลุ่ม พื้นที่การเกษตร นาข้าว และชุมชนที่อยู่ติดกับลำน้ำ
เบื้องตันทางจังหวัดนครพนม พร้อมด้วยอำเภอนาแก ได้มีการประสานหน่วยงานเกี่ยวข้อง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้นำชุมชน หมู่บ้าน เข้าให้การช่วยเหลือพร้อมประกาศแจ้งประชาชนในพื้นที่เสี่ยง เฝ้าระวัง พร้อมให้เก็บสิ่งของขึ้นที่สูง และหาที่ดูแลสัตว์เลี้ยง นอกจากนี้ยังได้ระดมเจ้าหน้าที่ ตั้งจุดเฝ้าระวังแจ้งเตือนเพื่อพี่น้องประชาชนตั้งแต่คืนที่ผ่านมา ตลอด 24 ชั่วโมง ล่าสุดพบว่า พื้นที่ตำบลนาคู่ ตำบลพิมาน อำเภอนาแก เริ่มได้รับผลกระทบแล้ว โดยมีบ้านเรือนชาวบ้านบางส่วน และนาข้าวถูกน้ำท่วมขังประมาณ 2,000 ไร่
สำหรับการวางแผนเพื่อแก้ไขปัญหาสถานการณ์น้ำในครั้งนี้เพื่อให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว ทางจังหวัดได้มีการประชุมวางแผนเพื่อที่จะผันน้ำลงสู่แม่น้ำโขงโดยการใช้เครื่องสูบน้ำ และได้มีการประสานกับทางการไฟฟ้าของจังหวัดแล้วเพื่อนำเครื่องปั่นไฟเคลื่อนที่มาติดตั้งในบริเวณประตูระบายน้ำ แต่ยังอยู่ระหว่างรอการอนุมัติ ซึ่งเมื่อทางปลัดกระทรวงมหาดไทยทราบเรื่องก็ได้มีการประสานกับทางผู้ว่าการไฟฟ้าเพื่อช่วยเร่งลัดให้สามารถติดตั้งเครื่องปั่นไฟได้รวดเร็วขึ้น เพื่อที่จะผันน้ำสู่แม่น้ำโขงได้ด้วยเวลาอันรวดเร็ว เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบอยู่ในขณะนี้





