เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม นายสิทธิชัย เจริญธนะจินดา อดีตนายกเทศมนตรีตำบล (ทต.) ท่าเสา อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ กล่าวว่า งบประมาณที่รัฐบาลจัดสรรมาให้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้า โดยผ่านกระทรวงมหาดไทยลงตำบลละ 2.5 ล้านบาท และกระจายลงสู่หมู่บ้านละ 2.5 แสนบาท หลังจากเศรษฐกิจในชุมชนท้องถิ่นเกิดการซบเซามากไม่มีเม็ดเงินหมุนเวียน หลายหมู่บ้านนำงบประมาณไปใช้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจจริง เช่นการทำปุ๋ยหมัก ปุ๋ยชีวภาพ เพื่อแจกจ่ายให้กับชุมชนได้ใช้แทนการใช้ปุ๋ยเคมีในสวนเกษตร ไม่เกิดอันตรายต่อผู้ผลิตและผู้บริโภค
นายสิทธิชัยกล่าวว่า ขณะนี้ในพื้นที่ จ.อุตรดิตถ์ มีข้าราชการใน จ.อุตรดิตถ์ ร่วมมือกับร้านจำหน่ายพันธุ์ไม้ 2-3 แห่งใน ต.วังกะพี้ อ.เมืองอุตรดิตถ์ ไปซื้อกล้าทุเรียนจาก จ.ชุมพร ที่มีการเพาะเรียบร้อยแล้ว ความสูงของกล้าทุเรียนที่เพาะแล้วราว 30-40 เซนติเมตร กว้านซื้อมาเตรียมแจกขายให้กับกรรมการหมู่บ้านที่ดูแลงบประมาณ 2.5 แสนบาท ที่ได้ส่วนแบ่งด้วย โดยซื้อมาตุนไว้ที่ร้านจำหน่ายพันธุ์ไม้แล้วนับแสนต้น ต้นละ 10 บาท แต่ก่อนแจกนำมาเปลี่ยนถุงดำที่มีชื่อของ จ.ชุมพร แล้วจำหน่ายให้ต้นละ 25 บาท มีส่วนต่างถึงต้นละ 15 บาท และเงินส่วนต่างนี้ไปอยู่ที่ใครบ้างนั้นคงไม่ต้องบอก
“การทุจริตงบประมาณ 2.5 แสนบาทของหมู่บ้านที่นำไปซื้อกล้าทุเรียนนี้ไปเจอกับตนเองมา หากนำงบประมาณไปใช้เพื่อการเพาะกล้าทุเรียนโดยประชาชนดำเนินการเองถือว่าถูกต้องและไม่ผิดที่นำงบประมาณไปดำเนินการ แต่การนำงบประมาณไปซื้อมาในราคาถูกแล้วนำมาจำหน่ายถือว่าผิดวัตถุประสงค์ของการใช้งบประมาณ เชื่อว่าเรื่องนี้น่าจะมีการทำกันเป็นกระบวนการตั้งแต่ข้าราชการระดับจังหวัด ร้านจำหน่ายพันธุ์ไม้ และคณะกรรมการที่ดูแลงบประมาณ 2.5 แสนบาท หน่วยงานหรือรัฐบาลควรลงมาตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้ เพราะถือว่าเป็นการทุจริตอย่างชัดเจน และอีกอย่างอยากให้ตรวจสอบการหักเปอร์เซ็นต์จากงบประมาณที่ลงมาในพื้นที่ จ.อุตรดิตถ์ ทุกโครงการด้วยน่าจะพบอะไรอีกมาก” นายสิทธิชัย กล่าว

