เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ โดยเฉพาะพื้นที่ท้ายเขื่อนลำปาว 5 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เมือง อ.ยางตลาด อ.กมลาไสย อ.ฆ้องชัย และ อ.ร่องคำ หลังจากได้รับอิทธิพลจากพายุเซินกา ทำให้ปริมาณฝนตกลงมาในพื้นที่จำนวนมาก ประกอบกับเขื่อนลำปาวมีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนเป็นประวัติการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรอบ 15 ปี เนื่องจากน้ำมาเร็วและมีจำนวนมาก อีกทั้งมวลน้ำจาก จ.อุดรธานียังคงไหลเข้าเขื่อนวันละ 100-200 ล้าน ลบ.ม.ทำให้ปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งแม่น้ำชีหนุนสูงด้วย
โดยล่าสุดเขื่อนลำปาวมีปริมาณน้ำอยู่ที่ 1,680 ล้าน ลบ.ม.จากความจุ 1,980 ล้าน ลบ.ม.หรือ 84% ทำให้เจ้าหน้าที่มีความจำเป็นต้องเพิ่มปริมาณการระบายน้ำจากเดิมเฉลี่ยวันละ 20 ล้าน ลบ.ม.เป็นวันละ 25-30 ล้าน ลบ.ม. เพื่อรักษาสภาพเขื่อน ซึ่งหากไม่ระบายน้ำออกจะทำให้น้ำเต็มความจุของเขื่อนในวันที่ 4-5 สิงหาคม 2560 นี้ ซึ่งจะส่งต่อความมั่นคงแข็งแรงของตัวเขื่อน และเตรียมรองรับมวลน้ำใหม่ในช่วงหน้าฝนในเดือนสิงหาคม-ตุลาคมนี้
ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้พื้นที่ท้ายน้ำถูกน้ำในลำน้ำปาวเอ่อเข้าท่วมพื้นที่การเกษตร ตลอดจนบ้านเรือนประชาชนขยายวงกว้างเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งล่าสุดพบปัญหาพนังกั้นแม่น้ำชี ชั้นในที่เคยแตกเกิดทรุดถึง 3 จุด ในพื้นที่ ต.ลำชี อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ สาเหตุเกิดจากแรงดันของน้ำชี ซึ่งเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลลำชีและกลุ่มจิตอาสา รวมทั้งประชาชนในพื้นที่ต้องร่วมกันบรรจุกระสอบทรายเร่งนำมาเข้าเสริมพนังกั้นแม่น้ำชี ตรงหลักกิโลเมตรที่ 2 บริเวณบ้านสะดำศรี ต.ลำชี หลังชาวบ้านพบการทรุดตัวตรงจุดเปิด-ปิดน้ำ นอกจากนี้ยังมีตรงหลักกิโลเมตรที่ 8 และหลักกิโลเมตรที่ 12 บริเวณบ้านท่าเยี่ยม เนื่องจากแรงดันของน้ำชีกำลังกัดเซาะเข้าถึงพนังชั้นใน โดยชาวบ้านระบุว่าปัญหานี้เป็นสัญญาณเตือนภัยน้ำท่วมใหญ่ และหวั่นวิตกว่าจะเกิดลักษณะคล้ายกับอุทกภัยน้ำท่วมใหญ่ในปี 2554 ซึ่งในครั้งนั้นพนังกั้นแม่น้ำชี ในหลายจุดถูกกระแสน้ำพัดขาดจนทำให้เกิดน้ำท่วมใหญ่ขึ้น

ด้านนายพัฒนะ พลศรี หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 3 เขื่อนระบายน้ำฝายวังยาง โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพัฒนากลุ่มน้ำชีตอนกลาง พร้อมเจ้าหน้าที่ยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำในแม่น้ำชีอย่างใกล้ชิด หลังพบระดับน้ำปีนี้ได้เริ่มเข้าขั้นวิกฤต พร้อมทั้งได้สั่งยกประตูระบายน้ำทั้ง 4 บานขึ้นทั้งหมด เพื่อบรรเทาแรงดันของน้ำและรองรับการระบายน้ำจากเขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น ซึ่งจะไหลลงมาในลำน้ำชี โดยตรง และสมทบกับนำล้ำปาว ที่ได้รับน้ำจากเขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์
ขณะที่ พล.ต.ต.มนตรี จรัลพงศ์ ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ พ.ต.อ.ทินณะรัตน์ เพ็ชรพันธ์ศรี รอง ผบก.ภ.จว. กาฬสินธุ์ยังคงนำเจ้าหน้าที่ตำรวจ และแม่บ้านตำรวจออกตั้งครัวโรงพักเคลื่อนที่ประกอบอาหารแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่อย่างต่อเนื่องทั้ง 15 อำเภอที่ได้รับผลกระทบ ตามนโยบายของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.และ พล.ต.ท.จตุพล ปานรักษา ผบช.ภ.4 พร้อมทั้งมอบเงินสนับสนุนค่าอาหารและสิ่งของอุปโภค บริโภคให้กับประชาชน โดยครัวโรงพักเคลื่อนที่ของตำรวจ จะประกอบอาหารแจกจ่ายให้กับประชาชนไปจนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ท้ายน้ำ ขณะนี้น้ำที่ล้นตลิ่งได้ไหลเข้าท่วมพื้นที่นาข้าวเพิ่มขึ้นอีกกว่า 20,000 ไร่ โดยเฉพาะในเขต อ.เมือง อ.กมลาไสย อ.ฆ้องชัย อ.ยางตลาด และ อ.ร่องคำ และมีแนวโน้มจะขยายเป็นบริเวณกว้างครอบคลุมพื้นที่มากกว่า 180,000 ไร่ภาย ใน 2-3 วันนี้

