เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 1 สิงหาคม นายบุญโสม งามศรี อายุ 60 ปี บ้านเลขที่ 88 หมู่ 17 ต.หินดาด อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.อรุณ บัวโค้ง สารวัตรเวร สภ.หินดาด อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา โดยแจ้งว่า ตนเองได้ฆ่านางประกอบ งามศรี อายุ 53 ปี ซึ่งเป็นภรรยาของตนเอง ที่บริเวณกระท่อมกลางไร่ ปากเข้าหมู่บ้านหินดาด หลังได้รับแจ้งเหตุจึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ เดินทางไปยังที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.สนอง บุญเกิด ผกก.สภ.หินดาด และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.หินดาด ที่เกิดเหตุเป็นกระท่อมเล็กๆ จำนวนสองหลัง อยู่กลางไร่อ้อย
ที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบศพนางประกอบนอนหงายอยู่ในร่องน้ำหน้ากระท่อมดังกล่าว สภาพศพสวมกางเกงขายาวสีดำ ใส่เสื้อแขนสั้นลายแดงม่วง ตรวจสอบตามร่างกายพบร่องรอยถูกทำร้ายร่างกายด้วยค้อนเข้าที่ศีรษะด้านซ้ายและด้านขวา บริเวณราวนมด้านซ้าย ถูกแทงด้วยมีดปลายแหลม จนไขมันที่ราวนมทะลักออกมา
นางสายลวด กรินสูงเนิน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 17 ต.หินดาด อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา กล่าวว่า นายบุญโสมเป็นคนขี้หึงหวาดระแวง และก่อนหน้านี้นายบุญโสมเคยปรึกษากับตนว่า สงสัยว่านางประกอบ ผู้ตาย จะมีชู้ ซึ่งนางสายลวดก็พูดปลอบใจว่าอย่าคิดอะไรมากนัก เป็นไปไม่ได้ อยู่กินกันมานานกว่า 30 ปี นางสายลวดกล่าวต่อไปว่า เมื่อเช้าวันเดียวกันนี้นายบุญโสมได้เดินทางไปพบตนที่บ้าน บอกกับตนว่าได้ฆ่านางประกอบตายไปแล้ว ซึ่งตนเองก็ไม่เชื่อคิดว่า นายบุญโสมพูดเล่น จึงไม่สนใจอะไรมากนัก หลังจากเดินทางไปบอกนางสายลวดผู้ใหญ่บ้านกลับไม่สนใจจึงได้เดินทาง ไปพบ พ.ต.ท.อรุณ สารวัตรเวรเพื่อเข้ามอบตัวดังกล่าว
พ.ต.อ.สนอง บุญเกิด ผกก.สภ.หินดาด กล่าวว่า คดีนี้ไม่มีอะไรซับซ้อน เนื่องจากผู้ต้องหาเข้ามามอบตัวเอง เหตุเพราะความหึงหวงมากกว่า อย่างไรก็ดีเจ้าหน้าที่ได้ยึดมีดและค้อนตีตะปู พร้อมเสื่อผ้าที่ผู้ต้องหาสวมใส่มาตรวจหาดีเอ็นเอ เนื่องจากมีคราบเลือดของผู้ตายติดอยู่ ก่อนดำเนินคดีต่อไป

