เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานถึงความคืบหน้ากรณีเกษตรกรในโครงการธนาคารโคกระบือฯ แอบนำบุญรอดกระบือไถ่ชีวิตไปขายหรือแลกเปลี่ยนกับกระบือสองแม่ลูกกับพ่อค้าจร โดยเพิ่มเงินส่วนต่างให้ 2,000 บาท จากนั้นนำกระบือคู่นี้ไปฝากเลี้ยงที่ไร่เศรษฐกิจพอเพียงในเขต ต.ทุ่งสมอ อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ล่าสุดเมื่อเย็นวานนี้ (1 ส.ค.) นายวรพล แก้วแดง เกษตรกรที่แอบนำกระบือบุญรอดไปขายหรือแลกเปลี่ยน โดยไม่ได้แจ้งปศุสัตว์อำเภอ พร้อมนายบุญส่ง กลมทอง รักษาราชการแทนปศุสัตว์อำเภอเขาค้อ และนายอำนาจ ตาลสุก เจ้าพนักงานสัตวบาล ได้เดินทางไปขอรับกระบือสองแม่ลูกคู่นี้คืนจากนายพงษ์ศักดิ์ จวนตรง เจ้าของไร่เศรษฐกิจพอเพียง ที่ ต.ทุ่งสมอ โดยนายวรพลแจ้งว่าจะนำไปฝากเลี้ยงที่บ้านสนสวยแทน สาเหตุเพราะนายพงษ์ศักดิ์เกิดความไม่สบายใจ หลังจากเริ่มถูกเข้าใจผิดว่าก่อนบุญรอดจะหายไป ได้ถูกนำมาฝากเลี้ยงที่ไร่เศรษฐกิจพอเพียงทั้งที่ไม่เป็นความจริง
อย่างไรก็ตาม สำหรับกระบือแม่ลูกคู่นี้ หลังนายพงษ์ศักดิ์ได้รับฝากเลี้ยงไว้ที่ไร่ โดยตั้งชื่อให้กระบือตัวแม่ว่า “บุญมี” ส่วนกระบือตัวลูกชื่อ “มีบุญ” และก่อนการส่งมอบกระบือแม่ลูกคู่นี้ให้กับนายวรพลนั้น นายพงษ์ศักดิ์ได้แสดงความรักสงสารและอาลัยกระบือสองแม่ลูก โดยมีการโอบกอดกระบือทั้งสองตัวพร้อมพูดจาสั่งเสียก่อนจากลากันอีกด้วย นอกจากนี้ ขณะนายวรพลพยายามจะจูงกระบือแม่ลูกคู่นี้ขนรถปิกอัพ เพื่อขนย้ายไปฝากเลี้ยงในสถานที่อื่น ทั้งกระบือบุญมีและมีบุญต่างแสดงอาการขัดขืน กระทั่งนายพงษ์ศักดิ์ต้องมาช่วยจูงขึ้นรถให้แทน

นายพงษ์ศักดิ์กล่าวว่า หลังจากกระบือแม่ลูกคู่นี้ตนรับปากนายอำนาจฝากเลี้ยงดูให้ ก็ดูแลให้ความรักเอ็นดูด้วยความสงสาร โดยเลี้ยงร่วมกับกระบืออีก 3 ตัวที่ไถ่ชีวิตมาเช่นกัน ตลอดระยะเวลา 22 วันที่เลี้ยงดูทำให้เกิดความรักผูกพันกับกระบือคู่นี้อย่างมาก แต่ทั้งนี้ต้องทำใจเพราะกระบือบุญมีและกระบือมีบุญไม่ใช่ของตน หากยังไม่มีความชัดเจนและยังเลี้ยงดูไว้ที่ไร่ อาจเกิดปัญหาทำให้เกิดความเข้าใจผิด อย่างล่าสุดทางประธานกรรมการสอบสวนฯคณะของปศุสัตว์ที่ทำหนังสือเชิญตนไปให้ปากคำ ก็ยังเข้าใจคลาดเคลื่อนว่า ก่อนหน้าบุญรอดจะหายไปได้ถูกฝากเลี้ยงไว้ที่ไร่ของตน ทั้งที่ไม่เป็นความจริง ซึ่งตนได้ทัดทานไปกระทั่งมีการออกหนังสือเชิญมาใหม่
“ผมก็ยังเชื่อว่าบุญมีและมีบุญกระบือสองแม่ลูกคู่นี้ เกษตรกรที่รับคืนไปคงไม่กล้านำไปขายต่อให้พ่อค้าโคกระบือเหมือนกรณีบุญรอด ขณะเดียวกันทางกรมปศุสัตว์ก็คงไม่ยินยอมเช่นกัน เพราะยังอยู่ระหว่างการสอบสวนหาข้อเท็จจริงและมีการดำเนินคดีกันอยู่ ซึ่งเวลานี้ก็ยังสับสนและโต้แย้งในข้อกฎหมายเช่นกันว่า กระบือแม่ลูกคู่นี้ใช่ของกลางหรือไม่ หรือใครเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ หากได้ข้อยุติทางผมก็พร้อมจะระดมเงินจากพรรคพวก เพื่อขอซื้อคืนบุญมีและมีบุญกระบือแม่ลูกคู่นี้มาเลี้ยงดูเช่นกัน” นายพงษ์ศักดิ์กล่าว
ข่าวแจ้งว่า ในการประชุมคณะทำงานติดตามโครงการธนาคารโคกระบือฯกรณีบุญรอดกระบือไถ่ชีวิตถูกขายเมื่อวานนี้ (1 ส.ค.) ได้มีการหยิบยกประเด็นกระบือบุญมีและมีบุญกระบือแม่ลูกคู่นี้ขึ้นมาหารือเช่นกัน เนื่องจากมีการโต้แย้งเรื่องกรรมสิทธิ์กระบือแม่ลูกคู่นี้ว่าเป็นของโครงการธนาคารโคกระบือฯ หรือนายวรพล แก้วแดง เกษตรกรในโครงการฯที่ขายหรือแลกเปลี่ยนบุญรอดกระบือไถ่ชีวิตกับกระบือแม่ลูกคู่นี้ หรือเป็นกลางหรือไม่ เนื่องจากนายวรพลถูกกรมปศุสัตว์แจ้งดำเนินคดี กระทั่งศาลมีคำตัดสินจำคุก 1 เดือน ปรับ 35,000 บาท และอยู่ระหว่างยื่นอุทธรณ์ โดยการประชุมยังไม่ได้ข้อยุติ
นอกจากนี้ ล่าสุดเมื่อวานนี้ทางจังหวัดเพชรบูรณ์ โดยนายไกรสร กองฉลาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้ลงนามสั่งย้ายนายอำนาจ ตาลสุก เจ้าพนักงานสัตวบาล สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ ให้มาช่วยราชการที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเพชรบูรณ์อีกราย โดยให้เหตุผลว่าเพื่อประโยชน์ในการสอบสวนข้อเท็จจริง กรณีกระบือบุญรอดถูกขายโดยไม่แจ้งทางปศุสัตว์ ขณะเดียวกันก็มีพยานหลักฐานนายอำนาจเข้าไปมีส่วนพัวพันกับกรณีกระบือบุญรอดสูญหายอีกด้วย

