จับกุมตัวได้แล้ว คนร้ายเช่ารถขายประเทศเพื่อนบ้าน อาวุธปืนยิงขู่ตำรวจ ขังตัวเองไว้ในโรงแรม
เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม ผุ้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีตำรวจเมืองเชียงรายพยายามจะเข้าจับกุมตัวนายธนกร เพิ่มพันธ์ อายุ 27 ปี ชาว ตำบลเวียง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ซึ่งได้ไปเช่ารถจากบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งแล้วนำส่งไปขายต่อในประเทศเพื่อนบ้าน แต่ระหว่างการขอสอบสวนปรากฏว่านายธนกรได้ชักอาวุธปืนยิงข่มขู่เจ้าหน้าที่รวม 3 นัดก่อนจะซ่อนตัวอยู่ภายในห้องของโรงแรมคานาอัน เพลส เลขที่ 373/5 หมู่ 19 ตำบลรอบเวียง อำเภอเมืองเชียงราย ตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 19.00 น.ของวันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยตลอดทั้งวันนี้เจ้าหน้าที่ได้ใช้ความพยายามอย่างหนักเกลี้ยกล่อมให้นายธนกรมอบตัว
โดยทาง พ.ต.อ.กิตติพงษ์ สุขวัฒนพันธ์ ผกก.สภ.เมืองเชียงราย ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 50 นาย เข้าทำการปิดล้อมบริเวณพื้นที่โดยรอบเพื่อกันนายธนกรหลบหนีซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อคนอื่นเพราะนายธนกรมีอาวุธปืน จากนั้นได้เชิญตัวทางพี่สาวและ น.ส.กนกพร ขัดแก้ว อายุ 24 ปี ชาว จ.น่าน อดีตแฟนสาวที่นายธนกรต้องการพบตัวมาช่วยเจรจาเกลี้ยกล่อม ซึ่งใช้เจรจาพูดคุยผ่านทางโทรศัพท์นานกว่า 3 ชั่วโมงแต่ไม่เป็นผลนายธนกรยังไม่ยอมมอบตัว แต่ได้มีท่าทีอ่อนลงโดยได้ยอมมอบเครื่องกระสุนปืนซึ่งติดอยู่ในซองปืนติดเข็มขัดและกระสุนที่อยู่ภายให้กับเจ้าหน้าที่รวม 30 นัด แต่นายธนกรยังเก็บอาวุธปืนพกสั้นและกระสุนอีกบางส่วนไว้กับตัวเอง โดยพยายามใช้อาวุธปืนจ่อคอตัวเองตลอดเวลาเมื่อมีเจ้าหน้าที่หรือบุคคลภายนอกเข้าไปใกล้หรือเข้าไปพุดคุยด้วย
กระทั่งในเวลา 15.00 น. ที่ผ่านมานายธนกรมีท่าทีอ่อนลงหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจรับปากจะดุแลเรื่องคดีให้และยอมที่จะให้พบพุดคุยกับแฟนสาวได้ นายธนกรจึงยินดีให้ความร่วมมือโดยให้รถเจ้าหน้าที่กู้ภัยสยามรวมใจ เชียงราย เข้าไปรับตัวที่ด้านหน้าโรงแรมและยอมเดินออกมาจากห้องแต่โดยดีแต่ในมือยังถืออาวุธปืนจ่อที่คอตลอดเวลา เจ้าหน้าที่จึงขับรถพาตัวออกไปนอกย่านชุมชนไปยังสนามกีฬากลางเชียงรายซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 500 เมตร เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจที่จะจับกุมตัวโดยทำการแย่งปืนจากมือแต่นายธนกรพยายามต่อสู้ขัดขืนทำให้ปืนเกิดลั่นจำนวน 1 นัด ทำให้เจ้าหน้าที่ที่เหลือพยายามวิ่งกรูเข้าไปปิดกั้นเส้นทางและล้อมรถเอาไว้ไม่ให้หลบหนี ก่อนจะสามารถตะคลุบตัวไว้ได้อย่างชุลมุน โดยทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจบาดเจ็บเล็กน้อยและนายธนกรเองก็มีรอยถลอกที่บริเวณใบหน้า จึงควบคุมตัวมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพและไปสอบสวนเพิ่มเติมที่สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงรายต่อไป
โดยทาง พ.ต.อ.กิตติพงษ์ เปิดเผยว่าในเบื้องต้นทางตำรวจะมีการแจ้งข้อหาการพกพาอาวุธปืนไปในหมู่บ้านในที่สาธรณะและการยิงอาวุะปืนในพื้นที่ชุมชนไว้ก่อน ส่วนคดีอื่นๆ จะมีการสอบสวนปากคำก่อน แต่เบื้องต้นก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายว่ามีการยักยอกทรัพย์โดยเช่ารถไปแล้วนำไปในทางทุจริตจึงติดตามรถยนต์คันดัวงกล่าวมา กระทั่งสายตรวจมาติดตามตัวก็มีการยิงปืนข่มขู่และขังตัวเองไว้ในห้องพักดังกล่าว ซึ่งจะได้มีสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้งหนึ่ง เพื่อดำเนินการเอาผิดทางกฎหมายต่อไป
ด้าน น.ส.กนกพรกล่าวว่า ตนได้เพิ่งคบหากับนายธนกรมาได้เพียง 3-4 เดือนเท่านั้น โดยมารู้จักขณะทำงานอยู่ที่เทศบาลตำบลแม่ยาว อ.เมืองเชียงราย ซึ่งนายธนกรได้มาบอกตนว่าจะดุแลให้ดีที่สุด โดยจะมีการซื้อรถยนต์เก๋งให้ และเอาเงินฝากธนาคาร แต่เวลาผ่านไปหลายเดือนกลับไม่มีการทำตามคำพูด อีกทั้งยังมาใช้ชื่อตนมาซื้อรถจักรยานยนต์อีก 1 คัน โดยซื้อเป็นชื่อตนและจะใช้ชื่อนายธนกรเป็นผู้ค้ำ แต่หลังซื้อนายธนกรได้เอารถไปเมื่อตรวจสอบกับบริษัทสินเชื่อก้พบว่ามีชื่อตนซื้อเพียงรายเดียวโดยไม่มีคนค้ำ ประการสำคัยระยะหลังนายธนกรเป็นคนอารมณ์โมโหร้ายชอบด่าทอตนเป็นประจำ ทำให้ไม่สบายใจจึงได้ตีตัวออกห่างและเลิกรากันไป กระทั่งมาทราบจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่านายธนกรมาก่อเหตุและอยากพบตนจึงเข้ามาช่วยเจรจา ซึ่งตนไม่ได้เคยได้รับเงินหรือทรัพย์สินจากนายธนกรตามที่ถูกกล่าวอ้างแต่อย่างใด เพราะตนไม่เคยเรียกร้องอะไรจากนายธนกรด้วย



