ลำไยเชียงรายเริ่มเดือดจีนงดซื้อ3ราย ขอเจรจาล้งวุ่น
เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม ที่ศาลากลาง จ.เชียงราย นายธีธวัช คำเงิน ปฏิบัติหน้าที่ประธานสภาเกษตรกร จ.เชียงราย ได้พร้อมด้วยตัวแทนเกษตรกรผู้ปลูกลำไยใน จ.เชียงราย ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดประชุมหารือเพื่อแก้ไขปัญหาราคาผลผลิตลำไยตกต่ำ โดยเกษตรกรระบุว่าราคาที่ซื้อขายผ่านพ่อค้ารับซื้อหรือล้งรายย่อยในปัจจุบันอยู่ที่เกรดเอเอกิโลกรัมละ 12 บาท เกรดเอกิโลกรัมละ 8 บาท เกรดบีกิโลกรัมละ 4 บาทและเกรดซีกิโลกรัมละ 1-3 บาท ซึ่งทางเกษตรกรกลุ่มต่างๆ เห็นว่าตกต่ำเกินไปจึงหารือเพื่อหามาตรการภายในเกษตรและขอให้ภาครัฐให้การสนับสนุนด้วย ครั้งนี้นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย จึงมอบหมายให้มีตัวแทนเข้าร่วมและมีนางพิมล ปงกองแก้ว พาณิชย์ จ.เชียงราย พันจ่าตรีเทวัญ ธนมาลารัตน์ เกษตรและสหกรณ์ จ.เชียงราย เข้าร่วมประชุมด้วย
ซึ่งที่ประชุมในส่วนของเกษตรกรได้ข้อสรุปว่าจะขอให้ทางภาครัฐโดยทางจังหวัดสนับสนุนงบประมาณ 500,000 บาท เพื่อใช้เป็นกองทุนหมุนเวียนในการรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรเพื่อนำไปกระจายยังภาคส่วนต่างๆ โดยจะขอให้จังหวัดจัดหามาให้แล้วเสร็จภายใน 3 วัน และขอให้ภาครัฐจัดสรรระบบโควต้ารับซื้อลำไยคุณภาพจาก จ.เชียงราย รวมทั้งขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเจรจากับทางล้งรับซื้อเพื่อให้เพิ่มราคาสูงขึ้นอีก นอกจากนี้มีการจัดตั้งคณะกรรมการเครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกลำไย จ.เชียงราย เพื่อแก้ไขปัญหาในระยะยาวอีกด้วย
นายธีธวัช กล่าวว่าเรามีกรณีตัวอย่างเรื่องยางพาราว่าเขาสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงทีและชัดเจนเพราะมีเครือข่ายครอบคลุมทั่วทุกภาคของประเทศ จนทำให้เกิดการนำเสนอให้พัฒนาวงการยางพาราต่อรัฐบาล เช่น ขอให้ส่งเสริมการแปรรูป ส่งเสริมงานวิจัย ประชาสัมพันธ์ข่าวสาร ฯลฯ แต่กรณีผลผลิตลำไยนั้นทางเกษตรกรผู้ปลูกต่างคนต่างดิ้นรน ดังนั้นเพื่อให้เป็นเอกภาพจึงต้องรวมกลุ่มเป็นคณะกรรมการดังกล่าวส่วนในระยะสั้นก็จะมีการนำเสนอข้อเสนอดังกล่าวต่อทางจังหวัดต่อไป
ด้านนางพิมล กล่าวว่าได้มีการหารือกับทางล้งผู้รับซื้อแล้วหลายรายแล้วเพื่อให้รับซื้อในราคาที่ทุกฝ่ายอยู่ได้ ขณะเดียวกันทางจังหวัดโดยหน่วยงานกระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้จัดงานเพื่อนำผลผลิตจากสหกรณ์ต่างๆ ในจังหวัดไปกระจายยังภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงและภาคใต้โดยเริ่มส่งผลผลิตวันที่ 3 ส.ค.นี้เป็นต้นไป นอกจากนี้ยังได้เจรจากับเอกชน ภาครัฐอื่นๆ เพื่อจะนำผลผลิตไปจำหน่ายให้หากมีความต้องการด้วยแล้ว
พันจ่าตรีเทวัญ กล่าวว่าได้พยายามเจรจากับหน่วยงานต่างๆ ไม่เฉพาะภาครัฐแต่ยังหมายถึงสถานที่ของเอกชน เช่น ปั๊มน้ำมัน ร้านค้า ฯลฯ หากมีที่ว่างขอให้เกษตรกรนำผลผลิตไปวางจำหน่ายให้ด้วย รวมทั้งในเร็วๆ นี้จะมีภาคเอกชนจากหอการค้าเขตปกครองตนเองสิบสองปันนา มณฑลยูนนาน ประเทศจีน จะเดินทางไปเยือน จ.เชียงราย ซึ่งตนก็จะพาไปดูสวนลำไยเพื่อให้พิจารณารับซื้อด้วย
รายงานข่าวแจ้งอีกว่าในปัจจุบันมีเอกชนจีนที่เข้าไปรับซื้อผลผลิตลำไยจากเกษตรกรภาคเหนือจำนวน 4 ราย แต่ล่าสุดพบว่าได้หยุดรับซื้อแล้วจำนวน 3 รายโดยไม่ทราบสาเหตุจึงเหลือผู้รับซื้อเพียงรายเดียว โดยรับซื้อผ่านล้งรายย่อยต่างๆ ส่งผลทำให้ผลผลิตในตลาดช่วงเก็บเกี่ยวมีจำนวนมากดังกล่าว ขณะที่ข้อมูลของจังหวัดระบุว่าปัจจุบันมีเกษตรกรปลูกลำไยรวมกัน 22,213 ราย พื้นที่ปลูก 135,295 ไร่ มากที่สุดใน อ.แม่สรวย เมือง เทิง ป่าแดด พญาเม็งราย ฯลฯ ผลผลิตรวมกันประมาณ 69,660 ตัน.

