หน้าแรก ภูมิภาค จับแล้ว! โจรอ...

จับแล้ว! โจรอ้างผู้ว่าฯยืมของวัด จนผู้ว่าฯลุยเอง ที่แท้เจ้าของร้าน อ้างพูดใต้ พระฟังผิด

2.08.17 | 23:13 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีโจรใจบาปอ้างชื่อนายคันฉัตร ตันเสถียร ผวจ.สมุทรสงคราม ยืมเตาแก๊ส 2 เตาและถังใส่น้ำแข็ง มูลค่าไม่กี่พันบาท จากวัดช่องลมธรรมโชติ ต.บ้านปรก อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม นำไปจัดงานจังหวัด ก่อนจะหนีหายลอยนวล เหตุเกิดเมื่อช่วงเช้าวันที่ 27 ก.ค. 2560 กระทั่งเมื่อวันที่ 1 ส.ค.2560 ที่ผ่านมา นายคันฉัตร ทราบเรื่องเนื่องจากทางวัดได้มาทวง จึงสั่งให้ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรสงครามติดตามคนร้ายนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 2 ส.ค.2560 พ.ต.อ.ชัชพล สมแก้ว ผู้กำกับการ สภ.เมืองสมุทรสงคราม พร้อม พ.ต.ท.นพพร เริ่มรวย รอง ผกก.สส. และ ชุดสืบสวน สภ.เมืองสมุทรสงครามได้เข้าจับกุมตัวนายณัฐวุฒิ บัวแก้ว ภูมิลำเนาเป็นคนจังหวัดกระบี่ ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งตรงข้าม ภ.จว.สมุทรสงคราม พร้อมของกลางเป็น เตาแก๊ส 2 เตาและถังใสน้ำแข็ง ที่ยืมจากวัดช่องลมธรรมโชติ จึงนำมาคืนที่วัดช่องลมธรรมโชติ พร้อมให้พระที่วัดชี้ตัว

ต่อมานายคันฉัตร ตันเสถียร ผวจ.สมุทรสงครามได้เดินทางมาตรวจสอบ พร้อมหารือกับพระครูสมุทรกิตติวัฒน์ เจ้าอาวาสวัดช่องลมธรรมโชติ และสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมาย เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อไป

นายณัฐวุฒิ กล่าวยอมรับว่ารวมกับลูกน้องรวม 3 คนใช้รถปิกอัพอีซูซุสีดำทะเบียน บท 7689 กระบี่มายืมของกลางดังกล่าวไปจริง แต่ไม่ได้อ้างชื่อผู้ว่าราชการจังหวัด แต่อาจจะเกิดจากความผิดพลาดในการสื่อสารเนื่องจากตนเป็นคนใต้อาจจะพูดไม่ชัด ตนพูดว่า “เพื่อนผมว่าจะขึ้นมาหาจะยืมของไปจัดเตรียมอาหารเลี้ยงเพื่อนๆ” แต่พระอาจจะได้ยินว่าเป็นผู้ว่าก็เป็นได้ อีกทั้งเตาแก๊สที่ยืมไปก็ไม่ได้ใช้ และวันนี้ตนตั้งใจนำของมาคืนวัดแต่มาถูกจับดังกล่าว

ด้าน พ.ต.ท.นพพร กล่าวว่า หลังจากเมื่อวานนี้ได้รับแจ้งจากผู้ว่าราชการจังหวัดจึงลงพื้นที่หาข่าวกระทั่งทราบว่าผู้ก่อเหตุเป็นนายณัฐวุฒิ ซึ่งเปิดร้านอาหารแห่งหนึ่งตรงข้ามกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสงคราม จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบพบของกลางถูกประกอบติดตั้งไว้พร้อมใช้งานในร้านอย่างดี ไม่ได้นำไปใช้จัดงานตามที่อ้าง จึงจับกุมตัวนายณัฐวุฒิ พร้อมถอดของกลาง มาให้วัดช่องลมตรวจสอบ ก็ได้รับการยืนยันจากพระว่าใช่ของที่ยืมไปจริง เบื้องต้นจึงแจ้งข้อกล่าวหาว่า “ร่วมกันลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ” นำตัวส่งร้อยตำรวจเอกวรบูรณ์ บูญมาก ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Advertisement