วันที่ 2 สิงหาคม ที่สนามบินชั่วคราว ต.คลองขุด อ.เมือง จ.สตูล นายศุภชัย สุดสาย ปศุสัตว์อำเภอเมืองสตูล พร้อมเจ้าหน้าที่กองสาธารณสุข เทศบาลตำบลคลองขุด และเจ้าหน้าที่ด่านกักกันสัตว์สตูล รุดตรวจสอบในพื้นที่ หลังได้รับแจ้งจากประชาชนว่ามีการนำเศษเนื้อไก่ที่หมดอายุ ส่งกลิ่นเน่าเหม็นคละคลุ้ง จำนวนมาก 1 ถุงดำใหญ่ มากองทิ้งไว้พื้นที่ดังกล่าว โดยมีสุนัขจรจำนวนมากกัดแทะกิน ทันทีที่ทางเจ้าหน้าที่มาถึงได้เร่งประสานให้ชุดด่านกักกันสัตว์สตูลนำวัคซีนมาฉีดเพื่อป้องกันโรคที่อาจระบาดได้ แม้จะตรวจสอบเบื้องต้นว่าเนื้อสัตว์ดังกล่าวเป็นเนื้อสัตว์ที่หมดอายุจากบริษัทที่มีความน่าเชื่อถือก็ตาม เนื่องจากไม่ทราบสาเหตุว่าการนำมาทิ้งไว้เพื่อเจตนาอะไร แต่เพื่อเป็นการป้องกันและเฝ้าระวังจึงต้องมีการฉีดวัคซีนป้องกันโรคระบาดเพื่อป้องกันโดยรอบ พร้อมนำรถแบ๊กโฮฝั่งกลบเพื่อทำลาย
นายศุภชัย สุดสาย ปศุสัตว์อำเภอเมืองสตูล กล่าวว่า หลังได้รับแจ้งถึงเหตุการณ์ดังกล่าว จึงรีบมาตรวจสอบและทำลายด้วยการฉีดวัคซีน และฝั่งกลบ โดยครั้งนี้ไม่ทราบ เจตนารมณ์ของผู้เอามาทิ้งไว้ หรือต้องการให้สุนัขจรจัดกินก็ควรนำมาติดต่อกับผู้ดูแลสุนัขจรจัดเหล่านี้ซึ่งดูแลอยู่ ปรุงให้สุกก่อนจะเป็นการดี หากนำมาทิ้งในลักษณะนี้มีความผิดตาม พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ของกรมปศุสัตว์ ซึ่งมีโทษทั้งจำ และปรับ พร้อมฝากประชาชนประชาชนที่มีสัตว์เลี้ยงตายโดยไม่ทราบสาเหตุหรือ มีซากสัตว์ควรสวมถุงมือทุกครั้งและติดต่อปศุสัตว์อำเภอ และจัดทิ้งด้วยการฝั่งกลบเท่านั้น
หลังตกเป็นข่าว มีการสืบที่มาของการนำซากไก่เน่าเหม็นมาทิ้งไว้ที่นี่พบว่า นางนันทิมา สุขแก้ว อายุ 31 ปี แม่ค้าขายอาหารในพื้นที่สตูล ได้ออกมายอมรับว่า ตนเองเป็นคนนำไปวางที่สนามบินกองทัพอากาศจริง ซึ่งไม่มีเจตนาที่จะนำไปทิ้งเพราะบริเวณดังกล่าวมีสุนัขจรจัดจำนวนมากที่ถูกทิ้ง ทางตนเองจึงนำไก่ที่ใกล้หมดอายุ เป็นถุงๆ แต่ขณะที่นำลงไปได้แกะออกมาจำนวน 1 ถุงใหญ่ และเหลืออีกถุงยังไม่แกะ ฝนตกลงมาซะก่อน จึงกลับบ้านและคิดว่าจะกลับมาแกะนำเศษขยะไปทิ้งเหมือนเดิม จนเกิดเหตุมาถึงปัจจุบันนี้ที่ชิ้นส่วนไก่ส่งกลิ่นเหม็นฟุ้ง จนทางเจ้าหน้าที่มาจัดเก็บ และต้องขอกราบขอโทษซึ่งไม่มีเจตนาเอาไปทิ้ง เพียงนำไปให้ทานแก่สุนัขจรจัดจนเป็นเหตุแบบนี้ต้องขอโทษจริงๆ

