วันที่ 3 สิงหาคม นายวุฒิพงศ์ คำภูแสน ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงนครพนม พร้อมด้วยนายสุรศักดิ์ แพงวงศ์ หัวหน้าหมวดการทางนาแก ร่วมกับเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานเกี่ยวข้อง และ เจ้าหน้าที่ศูนย์สร้างและบูรณะสะพานที่ 2 จ.ขอนแก่น ได้ทำการติดตั้งสะพานเบลีย์ แก้ไขปัญหาการสัญจรตัดขาด เพื่อใช้ข้ามสะพานข้ามลำน้ำก่ำ บนถนนสายวายหลวง หมายเลข 2033 เชื่อมระหว่าง อ.นาแก มุ่งหน้าไปยัง ต.พระซอง อ.นาแก จ.นครพนม ในเขตเทศบาลตำบลนาแก ซึ่งเป็นสะพานขนาดใหญ่ที่ข้ามลำน้ำก่ำ ความยาวประมาณ 170 เมตร กว้าง 25 เมตร เนื่องจากเกิดปัญหากระแสจากลำน้ำก่ำกัดเซาะคอสะพาน ทำให้เกิดดินคอสะพานทรุดตัว หลังระดับน้ำก่ำเพิ่มปริมาณสูงจนล้นตลิ่ง เนื่องจากมีมวลน้ำจำนวนมากทะลักมาจากพื้นที่ หนองหาร จ.สกลนคร ทำให้นำเอ่อล้นท่วมพื้นที่บ้านเรือนของชาวบ้าน รวมถึงพื้นที่การเกษตรนาข้าว รวมถึง ถนนสายหลักจำนวนหลายจุด สร้างความเดือดร้อนในการสัญจรไปมา ล่าสุดได้ติดตั้งสะพานเบลีย์ สามารถใช้งานสัญจรได้แล้ว
ส่วนสถานการณ์น้ำท่วม ทางจังหวัดนครพนม ได้ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติเพิ่ม จากเดิมมีพื้นที่ 1. อำเภอนาแก 2. อ.วังยาง 3. อ.เรณูนคร 4. อ.วังยาง เพิ่มอีก 2 อำเภอ คือ อ.ท่าอุเทน อ.โพนสวรรค์ เบื้องต้นมีชาวบ้านเดือดร้อน ประมาณ 1,000 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรนาข้าว ได้รับผลกระทบกว่า 5 แสนไร่
ด้านโครงการพัฒนาลุ่มน้ำก่ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ประตูระบายน้ำก่ำตอนล่าง อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ประตูระบายน้ำ ธรนิศนฤมิต (ทอ-ระ-นิด-นะ-รึ-มิด) ซึ่งเป็นจุดสำคัญด่านสุดท้ายที่ระบายน้ำ จากหนองหาร มาตามลำน้ำก่ำ ก่อนไหลลงสู่น้ำโขง ได้ระดมติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ ตามประตูระบายน้ำตลอดแนวลำน้ำก่ำ จำนวน 5 จุด รวม 26 เครื่อง และติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ บริเวณประตูระบายน้ำตอนล่าง ก่อนลงสู่น้ำโขง จำนวน 4 เครื่อง ทำให้การระบายน้ำดีขึ้น มีประมาณวันละ 50 -60 ล้านลูกบาศก์เมตร เชื่อว่าจะทำให้ระดับน้ำท่วมขังในพื้นที่ต่างๆ ลดระดับเร็วภายใน 4 -5 วัน โดยจากการประเมินยังคงมีมวลน้ำที่ล้นความจุหนองหาร และลำน้ำก่ำ ประมาณ 300 ล้านลูกบาศก์เมตร
ขณะเดียวกันทางด้าน พล.ต..ดร.อรรถ สิงหัษฐิต ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 210 นครพนม ได้ระดมกำลังทหาร ลงพื้นที่ตรวจสอบ ให้การช่วยเหลือ นำเรือท้องแบน เข้าไปดูแล พื้นที่น้ำท่วมขัง ถูกตัดขาดจาการสัญจร รวมถึงนำภาครัฐ เอกชน นำเสบียงอาหาร ยารักษาโรค เข้าไปดูแลช่วยเหลือต่อเนื่อง หลังมีชาวบ้านบางหมู่บ้านเริ่มขาดแคลนอาหาร รวมถึงเริ่มป่วยเป็นโรคที่มากับน้ำ ต้องระดมเจ้าหน้าที่คอยดูแลช่วยเหลือใกล้ชิด เพราะระดับน้ำยังคงท่วมขังอีกหลายวัน



