หน้าแรก ภูมิภาค วิวาห์ล่ม!! ข...

วิวาห์ล่ม!! ข้าราชการสาวแจ้งความทั้งน้ำตา เจ้าบ่าวสุดแสบหนีหายไม่มาเข้าพิธีแต่งงาน

3.08.17 | 15:35 น.

เมื่อวันที่ 3 สิงหาคมนางสาวเอ (นามสมมุติ) ข้าราชการในพื้นที่อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.หนองขาหย่าง เพื่อแจ้งความบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน หลังจากเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาทางตนเองและครอบครัวได้จัดพิธีมงคลสมรสขึ้นบ้าน โดยเป็นงานพิธีสมรสระหว่างนางสาวเอ และนายชัชวาล อายุ 40 ปี แต่ฝ่ายเจ้าบ่าวคือนายชัชวาล กลับหายตัวไม่มาร่วมพิธีมงคลสมรสตามที่ได้ตกลงกันไว้ สร้างความเสียใจให้กับ น.ส.เอ และครอบครัวเป็นอย่างมาก จึงได้พากันเดินทางเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สภ.ดังกล่าว


โดย นางสาวเอ (นามสมมุติ) เล่าว่า เมื่อช่วงคืนก่อนวันแต่งงาน (2 สิงหาคม) นายชัชวาล (เจ้าบ่าว) ยังได้มาช่วยตนเองและครอบครัวเตรียมจัดงานจนถึงช่วงดึก ซึ่งก็ไม่มีทีท่าว่าจะเบี้ยวขันหมากแต่อย่างใด และนายชัชวาล นั้นเพิ่งออกจากบ้านของตนเองไปเมื่อช่วงเวลา 05.00 น. ที่ผ่านมานี้เอง โดยกล่าวเพียงว่าจะกลับไปที่บ้าน เพื่อไปตามโต๊ะจีนที่จะมาจัดเลี้ยง ซึ่งได้ขับรถของตนเองออกไป

จากนั้นนายชัชวาล ได้ให้เจ้าของร้านสตูดิโอขับรถคันดังกล่าวมาคืนตนเองที่บ้าน และเจ้าตัวก็ได้หายไปอย่างไร้ร่องลอยเหลือเพียงชุดคู่ที่จะใส่ร่วมพิธีสมรสด้วยกันไว้ดูต่างหน้า จนกระทั่งถึงเวลาเข้าพิธีพระในตอนเช้า นายชัชวาลย์ ผู้เป็นเจ้าบ่าวและญาติผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าบ่าวก็ยังไม่มีใครเดินทางมาแม้แต่คนเดียว ซึ่งทางตนเองได้พยายามติดต่อทั้งทางโทรศัพท์ ทางไลน์ และเฟสบุ๊ค ก็ไม่สามารถติดต่อได้ ซึ่งตอนนั้นก็มีแขกที่ทางฝ่ายเจ้าสาวเชิญมา ได้เดินทางมาร่วมงานกันเต็มหมดแล้ว

จนเวลาล่วงเลยไป ทางบ้านจึงได้จัดพิธีทำบุญบ้านและเลี้ยงแขกไปแทน จากนั้นตนเองและเพื่อนสนิทจึงได้เดินทางไปที่ สภ.หนองขาหย่าง เพื่อเข้าพบกับพนักงานสอบสวน เพื่อแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานสำหรับเหตุการณ์ที่เจ้าบ่าวได้หนีงานแต่งงานในวันนี้ ซึ่ง นางสาวเอ ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวทั้งน้ำตาต่ออีกว่า รู้สึกเสียใจที่สุดในชีวิต และต้องทำให้พ่อแม่ผิดหวัง และยังทำให้เสียชื่อเสียงและสร้างความอับอายแก่ครอบครอบอย่างมาก ส่วนตัวเองก็เหมือนถูกทำลายชีวิต โดยเฉพาะทำให้เสียชื่อเสียง เนื่องจากตนเองเป็นถึงข้าราชการ แต่กลับต้องมาถูกหลอกลวงเช่นนี้

Advertisement

จากนั้น น.ส.เอ ยังบอกถึงการคบหากับนายชัชวาล ว่าได้คบหาดูใจกันมาเป็นเวลาเกือบ 1 ปี ซึ่งนายชัชวาลก็ไม่มีทีท่าว่าจะหลอกลวงตนเองแต่อย่างใด ประกอบกับ นายชัชวาลนั้นยังเป็นคนที่พูดจาดูมีความน่าเชื่อถือ และก่อนหน้านี้ตนเองก็ยอมใช้หนี้สินให้กับนายชัชวาลไปบ้างในบางส่วนเพราะความรัก จนกระทั่งมีความมั่นใจในความรักที่มีต่อกันจึงตัดสินใจจดทะเบียนสมรสเพื่อความมั่นคงไปก่อนหน้านี้ (จดทะเบียนสมรสเมื่อวันที่ 6 มีนาคม) และงานวันนี้นายชัชวาล ก็เป็นผู้ดูแลผิดชอบทุกอย่าง ทั้งกำหนดงาน แพนงานเอง ตั้งแต่การถ่ายภาพพรีเวดดิ้งต่างๆ การจัดพิธีเช้า การเลี้ยงฉลองสมรสในตอนเย็น และสินสอดในพิธีมงคลสมรสในวันนี้ก็มีการตกลงเรื่องสินสอดเป็นเงิน 2 แสน บาท แหวน 1 วง และทองรูปพรรณอีกจำนวนหนึ่ง

และที่มาแจ้งความบันทึกประจำวันในวันนี้ ถึงแม้จะเอาในทางอาญาไม่ได้ แต่ต้องการนำไว้เป็นหลักฐานว่าตนเองไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับการจัดงานในครั้งนี้ เพราะนายชัชวาลนั้นเป็นผู้จัดงานเองทุกอย่าง และต้องการให้นายชัชวาล มาดำเนินการชดใช้รับผิดชอบใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ และมาขอขมาในสิ่งที่ทำไปกับพ่อแม่ของตนเอง ส่วนการที่จะมาร่วมใช้ชีวิตกันภายหลังนั้น ตนเองคงรับไม่ได้ และจะไม่ขอใช้ชีวิตร่วมกันจนวันตายเพราะทำลายชีวิตเหมือนตายทั้งเป็น และขอวิงวอนให้นายชัชวาล อย่าไปหลอกลวงใครอีก หรือหญิงสาวคนใดที่คิดจะคบหาดูใจอย่าได้ไปเชื่อถือผู้ชายคนนี้ เพราะเป็นคนหลอกลวงแน่นอน

ด้านนายวิรัตน์ ทั่งถิ่น เจ้าของร้านวิรัตน์ชัตเตอร์ ตั้งร้านอยู่ในพื้นที่ อ.ลานสัก ซึ่งเป็นผู้รับจัดงานในครั้งนี้รวมมูลค่าทั้งหมดกว่า 2 แสนบาท เล่าว่า ตนเองนั้นก็พอรู้อยู่บ้างว่าฝ่ายเจ้าบ่าวนั้นเป็นคนอย่างไร และเคยกระทำแบบนี้มาแล้ว แต่ในเมื่อครั้งนี้มาติดต่องานและพาเจ้าสาวมาด้วย และยังเป็นข้าราชการอีกจึงทำให้ตนนั้นคิดว่าคงไม่ถูกหลอก จึงได้รับตกลงจัดงานให้โดยไม่ได้มีค่ามัดจำใดๆทั้งสิ้น เพราะเชื่อถือในตัวเจ้าสาว แต่สุดท้ายเมื่อเป็นการหลอกลวงดังกล่าวเกิดขึ้น ตนเองก็มีความเห็นใจเจ้าสาว เพราะเจ้าสาวไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วย แต่ทางตนเองนั้นก็ลงทุนจัดงานไป ก็อยากจะได้ทุนกลับคืนมาบ้าง โดยที่จะไม่มีการแจ้งความเอาผิดในฐานช่อโกงแต่อย่างใด