เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม จากการลงพื้นที่เยี่ยมประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่เป็นจำนวนมาก พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีจึงได้สั่งการให้พลเรือเอก ณะ อารีนิจ ผู้บัญชาการทหารเรือ จัดชุดเฉพาะกิจเรือผลักดันน้ำเป็นกำลังเสริม เพื่อเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดนครพนมให้เข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด โดยในวันนี้ทางกองทัพเรือได้นำเรือผลักดันน้ำ จำนวน 35 ลำ มาติดตั้งในพื้นที่ลำน้ำสงคราม บริเวณสะพานบ้านปากอูน ตำบลศรีสงคราม อำเภอศรีสงคราม
พลเรือตรี วราห์ แทนขำ ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เปิดเผยว่า จากการปรึกษากับกรมชลประทาน เห็นว่าควรนำเรือผลักดันน้ำ จำนวน 35 ลำ มาช่วยผลักดันน้ำในลำน้ำสงครามให้ลงสู่แม่น้ำโขงโดยเร็ว ด้วยพื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่ที่รับน้ำต่อจากลำน้ำอูน ก่อนจะไหลลงสู่ลำน้ำโขง ซึ่งถ้าจุดนี้สามารถระบายน้ำได้เร็วขึ้นจะช่วยในการแก้ไขปัญหาอุทกภัยครั้งนี้ได้ ตั้งแต่พื้นที่จังหวัดสกลนคร ลงมาถึงจังหวัดนครพนม คาดว่าจากปริมาณมวลน้ำที่ไหลมาตามลำน้ำเมื่อเดินเครื่องเรือผลักดันน้ำได้ครบจะทำให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติภายใน 7 วัน
นาวาเอก ปิยะ ปฐมบูรณ์ ผู้อำนวยการกองพัฒนาการบริหาร อู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้าและเลขาหน่วยเฉพาะกิจผลักดันน้ำ เปิดเผยว่า ชุดเฉพาะกิจเรือผลักดันน้ำที่มาในครั้งนี้ ประกอบไปด้วย กำลังพล 150 นาย เรือผลักดันน้ำจำนวน 35 ลำ รถยนต์บรรทุก 17 คัน และรถชานต่ำ 6 คัน มีนาวาเอกอภิชาติ ทินนะลักษณ์ รองผู้อำนวยการพัฒนาการบริหาร อู่ทหารเรือป้อมพระจุลจอมเกล้า เป็นหัวหน้าชุดเฉพาะกิจเรือผลักดันน้ำกองทัพเรือ โดยเรือผลักดันน้ำแต่ละลำนั้นสามารถผลักดันน้ำได้ประมาณวันละ 104,000 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งเมื่อทำงานพร้อมกันทั้งหมดจะสามารถผลักดันน้ำได้คราวๆประมาณ 3,500,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน คาดว่าจะสามารถติดตั้งเสร็จในช่วงเวลา 3.00 น.


