นอกจากจะสร้างความเสียหายทางด้านเศรษฐกิจ พื้นที่การเกษตร และบ้านเรือนประชาชน
เรื่องของ “โรค-ภัย” ที่มากับน้ำเป็นสิ่งที่มองข้ามไม่ได้ “นพ.ธีรวัฒน์ วลัยเสถียร” ผอ.สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จ.นครราชสีมา (สคร.9 นครราชสีมา) ระบุว่าในช่วงที่มีสถานการณ์น้ำท่วมหลายพื้นที่ในภาคอีสานตอนบน ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมและอากาศ มีความเสี่ยงเกิดโรคและภัยสุขภาพตามมา ประกอบด้วย
1.โรคไข้หวัดใหญ่ ในเขตสุขภาพที่ 9 จ.บุรีรัมย์ ชัยภูมิ นครราชสีมา สุรินทร์ ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-22 กรกฎาคม 2560 มีผู้ป่วย 3,731 ราย มีผู้เสียชีวิต 3 ราย โรคไข้หวัดใหญ่เป็นโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะในขณะนี้เป็นช่วงเปิดเทอมของนักศึกษาหลายสถาบัน มักมีกิจกรรมที่คนมาอยู่รวมกัน จึงมีความเสี่ยงระบาดในสถานศึกษา
2.โรคเลปโตสไปโรซิส หรือโรคฉี่หนู การลุยน้ำสกปรกในช่วงน้ำท่วมในขณะที่ร่างกายมีบาดแผล พบผู้ป่วยจำนวน 153 ราย มีผู้เสียชีวิต 7 ราย ควรปฏิบัติตัวเมื่อระดับน้ำลดและสำรวจสิ่งแวดล้อมที่อยู่อาศัยดังนี้ สวมรองเท้าหรือรองเท้าบู๊ต
หากต้องลุยน้ำหรือเดินบนที่ชื้นแฉะ เมื่อเสร็จภารกิจต้องรีบอาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาด สวมถุงมือยางในการเก็บกวาดบ้านเรือน ถนน และสิ่งสาธารณประโยชน์ เก็บกวาดขยะไม่ให้เป็นแหล่งอาหารของหนูและสัตว์อื่น หากมีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อโดยเฉพาะที่น่องและโคนขาควรรีบไปพบแพทย์
3.โรคตาแดง พบผู้ป่วยจำนวน 6,201 ราย เมื่อมีน้ำสกปรกเข้าตาควรรีบล้างตาด้วยน้ำสะอาดทันที ควรไปพบแพทย์เพื่อรับยาหยอดตา หมั่นล้างมือด้วยน้ำสะอาด อย่าให้แมลงตอมตา ผู้ป่วยควรนอนแยกจากคนอื่นๆ ไม่ใช้สิ่งของร่วมกัน
4.โรคอุจจาระร่วง เมื่อเกิดภาวะน้ำท่วม ทำให้ขาดแคลนน้ำสะอาดทั้งน้ำดื่มและน้ำสำหรับบริโภค โดยเฉพาะในศูนย์พักพิงที่มีผู้มาอาศัยรวมกันจำนวนมาก ทำให้ขาดน้ำสะอาดสำหรับชำระร่างกายและล้างมือ อีกทั้งน้ำที่ไม่สะอาดทำให้เกิดการปนเปื้อน พบผู้ป่วยจำนวน 60,321 ราย ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต การกินอาหารหรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อโรค เช่น อาหารที่ปรุงสุกๆ ดิบๆ อาหารที่มีแมลงวันตอม อาหารที่ทิ้งค้างคืนโดยไม่ได้แช่เย็นและไม่ได้อุ่นให้สุกก่อนรับประทาน อาหารที่นำไปบริจาคผู้ประสบภัยที่ทำไว้เกิน 4 ชั่วโมง แต่สามารถป้องกันได้โดยล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่ก่อนรับประทานอาหาร และหลังขับถ่าย เลือกกินอาหารที่สะอาด ปรุงสุกใหม่ๆ หรืออุ่นให้ร้อน เก็บอาหารไม่ให้แมลงรบกวน
5.อันตรายจากสัตว์มีพิษ หากถูกงูกัดให้รีบล้างแผลด้วยน้ำสะอาด หรือใช้ไม้ดามบริเวณที่ถูกงูกัด ใช้ผ้าสะอาดพันให้แน่นแล้วรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็ว ควรแจ้งให้แพทย์ทราบถึงลักษณะงูที่กัด ถ้านำซากงูไปด้วยจะดีมาก
6.อันตรายจากไฟฟ้าดูด ก่อนน้ำท่วมควรขนย้ายอุปกรณ์ไฟฟ้าและสิ่งของจำเป็นไว้ที่สูงหรือที่ปลอดภัยน้ำท่วมไม่ถึง และถอดปลั๊กอุปกรณ์ไฟฟ้าในบ้าน กรณีเป็นบ้านสองชั้นและมีสวิตช์แยกแต่ละชั้น หากน้ำกำลังท่วมชั้นล่างให้ปลดสวิตช์ตัดกระแสไฟฟ้าเฉพาะชั้นล่าง และปลดสวิตช์ย่อยลงให้หมด ขณะที่ร่างกายเปียกชื้นหรือกำลังยืนอยู่บนพื้นเปียกห้ามแตะสวิตช์ไฟ อุปกรณ์ไฟฟ้า
7.อันตรายจากการจมน้ำเสียชีวิต ไม่ควรลงเล่นน้ำบริเวณที่มีน้ำท่วมขัง น้ำเชี่ยว ผู้ปกครองควรดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด หากจำเป็นต้องเดินทางหรือทำกิจกรรมทางน้ำควรเตรียมชูชีพให้พร้อม ผู้ที่มีโรคประจำตัวไม่สามารถดูแลตนเองได้ไม่ควรอยู่ตามลำพัง
การดูแลสุขภาพจิตของประชาชนที่อาจเกิดความเครียดจากสภาพแวดล้อม สคร.9 ได้ประสานความร่วมมือกับโรงพยาบาลจิตเวช กรมสุขภาพจิต จัดเป็นทีมเข้มแข็งลงพื้นที่ เพื่อประเมินความเครียดของประชาชน พร้อมกับให้คำแนะนำที่ดีแก่ผู้ที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เนื่องจากส่วนใหญ่มีความเป็นห่วงบ้านที่พักอาศัยของตนเอง รวมทั้งจัดกิจกรรมสันทนาการคลายความเครียดภายในศูนย์อพยพบรรเทาทุกข์ชั่วคราว ซึ่งปัญหานี้ได้มีการดำเนินการป้องกันและตอบโต้สถานการณ์ไว้ก่อนประสบอุทกภัยแล้ว จึงไม่น่าห่วงมากนัก
อย่างไรก็ตาม หลังน้ำลดจะพบกองขยะซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของลูกน้ำยุงลาย ประชาชนควรดูแลตัวเองไม่ให้ถูกยุงกัด ช่วยกันควบคุมแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย ทั้งในครัวเรือนและสิ่งแวดล้อมในชุมชน โดยใช้หลัก 3 เก็บ คือ เก็บบ้าน เก็บขยะ เก็บน้ำ
1.เก็บบ้านให้ปลอดโปร่งไม่ให้ยุงลายเกาะพัก
2.เก็บขยะเศษภาชนะไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย
และ 3.เก็บน้ำให้มิดชิด ปิดไม่ให้ยุงลายวางไข่เพื่อป้องกัน 3 โรค ได้แก่ โรคไข้เลือดออก โรคติดเชื้อไวรัสซิกา โรคไข้ปวดข้อยุงลาย
“นพ.ปรเมษฐ์ กิ่งโก้” นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสกลนคร กล่าวว่า ได้ติดตามสถานการณ์ตั้งแต่เริ่มแรกในพื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วม ได้จัดส่งทีมแพทย์ อุปกรณ์การแพทย์และยาไปยังศูนย์อพยพเพื่อช่วยเหลือในทันที ต่อมาพบว่าสถานการณ์ไม่ดีขึ้น ระดับน้ำยังทรงตัว เริ่มพบผู้ป่วยเข้ามารักษาอย่างต่อเนื่อง และที่น่าเป็นห่วงคือการควบคุมโรคมากับน้ำ จึงได้ดำเนินการป้องกันรอบด้านตามแผนเผชิญเหตุน้ำท่วม เริ่มจากจัดนายสะอาดลงเรือไปประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการประกอบอาหารที่สะอาด การจัดการขยะและสิ่งปฏิกูลกับครัวเรือนที่ประสบอุทกภัย และการแนะนำเกี่ยวกับสัตว์พาหะนำโรคและแมลงที่เป็นอันตราย รวมถึงสัตว์เลื้อยคลานมีพิษเกี่ยวกับการปฐมพยาบาลเบื้องต้น
จากรายงาน ณ ศูนย์อพยพ โรงยิม องค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร มีผู้เข้ารับการรักษาจำนวน 120 ราย แยกเป็นท้องร่วง 1 ราย ปวดกล้ามเนื้อ 9 ราย ไข้ไอเจ็บคอ 57 ราย ตาแดง 5 ราย ผื่น 12 ราย ปวดข้อ 8 ราย บาดแผล 10 ราย น้ำกัดเท้า 25 ราย อื่นๆ ได้แก่ วิงเวียน ท้องอืด เท้าบวม ปลิงกัด และผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง 14 ราย ถือว่าเป็นที่พอใจและควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ ที่สำคัญ ในช่วงเกิดน้ำท่วม สาธารณสุขจังหวัดสกลนครเตรียมแผนเยียวยาสภาพจิตใจไว้แล้ว เพราะตอนนี้แต่ละคนค่อนข้างย่ำแย่ หวั่นลุกลามบานปลายเป็นเหตุให้ทำร้ายตนเองจนเสียชีวิตหรือป่วยเป็นโรคซึมเศร้า
สาธารณสุขสกลนครจึงร่วมกับ รพ.จิตเวชนครพนมราชนครินทร์ และศูนย์สุขภาพจิตที่ 8 ลงพื้นที่เคาะประตูบ้านเข้าไปพูดคุยเพื่อลดความเครียด ตอนนี้ดำเนินการแล้ว หลังพูดคุยดูผ่อนคลายมากขึ้น เน้นระบายความรู้สึก ให้ความรู้เสริมสร้างพลังใจ ให้ผู้ประสบภัยเตรียมรับมือ สามารถจัดการปัญหาได้อย่างถูกต้องและไม่ส่งผลกระทบกับสุขภาพจิตตามมา เมื่อกลับถึงบ้านสามารถเป็นกำลังใจให้แก่กันและกันได้

